คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5792/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรและฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยระบุว่ายาเสพติดที่นำเข้ามาเป็นยาเสพติดชนิดเดียวกันกับที่ครอบครองเพื่อจำหน่าย ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องที่ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1 ข ว่า "จำเลยได้บังอาจน์นำเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเมทแอมเฟตามีนและเป็นอนุพันธ์เมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ จำนวน 22 เม็ด น้ำหนักรวม 2.10 กรัม ซึ่งคำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 0.50 กรัม จากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย" และคำฟ้องข้อ 1 ค บรรยายฟ้องว่า "จำเลยบังอาจมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ข จำนวน 22 เม็ด น้ำหนักรวม 2.10 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 0.50 กรัม ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ข ไว้ในครอบครองของจำเลยเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย" จะเห็นได้ว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 22 เม็ด เข้ามาในราชอาณาจักรตามคำฟ้องข้อ 1 ข แยกกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนเดียวกันไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำฟ้องข้อ 1 ค ก็ตาม แต่คำฟ้องข้อ 1 ค โจทก์ได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังกล่าวเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรจึงเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนเดียวกัน ซึ่งมีจำนวนหน่วยการใช้และปริมาณน้ำหนักสารบริสุทธิ์ที่กฎหมายให้ถือว่าเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายเท่ากัน ทั้งโจทก์ได้อ้างบทมาตราขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายไว้แล้ว ถือได้ว่าคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องประสงค์ลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) (6) แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.11 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.18 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.62 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2479 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2479 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2479 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวเชื้อชาติกัมพูชา สัญชาติกัมพูชา เข้ามาในราชอาณาจักรทางตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยไม่ผ่านช่องทางที่กำหนด ไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่มีหนังสือเดินทางอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทั้งนำเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 22 เม็ด น้ำหนัก 2.10 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.50 กรัม จากราชอาณาจักรกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักร กับมีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนำหรือพารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 100 สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวรถ เอ็นเอฟ 100 ดี-0037061 อันมีถิ่นกำเนิดหรือผลิตในราชอาณาจักรและยังไม่ได้ผ่านพิธีศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ประเมินราคารถจักรยานยนต์ดังกล่าวแล้วเป็นเงิน 12,000 บาท ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านด่านศุลกากรให้ถูกต้อง เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวและถุงพลาสติกที่จำเลยใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 102 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 18, 62 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและถุงพลาสติกของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพข้อหานำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ปฏิเสธข้อหาเป็นบุคคลเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหานำสิ่งของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานนำเข้าเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 (2) คงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนและถุงพลาสติกของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 65 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้าเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 5,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ถึงกึ่งหนึ่งแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 2,500,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ทั้งนี้ให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานนำสิ่งของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักรโจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีในส่วนของความผิดดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนำเข้าเมทแอมเฟตามีนชอบหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์บรรยายไว้แจ้งชัดแล้วว่า จำเลยนำเมทแอมเฟตามีนของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและขอให้ศาลลงโทษในความผิดดังกล่าวด้วย ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายแล้ว เห็นว่า เมื่อพิจารณาคำฟ้องโจทก์ที่บรรยายเกี่ยวกับความผิดดังกล่าว ตามคำฟ้องข้อ 1 ข บรรยายฟ้องว่า "จำเลยได้บังอาจนำเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเมทแอมเฟตามีนและเป็นอนุพันธ์เมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ จำนวน 22 เม็ด (ยี่สิบสองเม็ด) น้ำหนักรวม 2.10 กรัม (สองจุดหนึ่งศูนย์กรัม) ซึ่งคำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 0.50 กรัม (ศูนย์จุดห้าศูนย์กรัม) จากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย" และคำฟ้องข้อ 1 ค บรรยายฟ้องว่า "จำเลยบังอาจมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเมทแอมเฟตามีนและเป็นอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ข จำนวน 22 เม็ด (ยี่สิบสองเม็ด) น้ำหนักรวม 2.10 กรัม (สองจุดหนึ่งศูนย์กรัม) คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 0.50 กรัม (ศูนย์จุดห้าศูนย์กรัม) ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ข ไว้ในครอบครองของจำเลยเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย" จะเห็นได้ว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 22 เม็ด เข้ามาในราชอาณาจักรตามคำฟ้องข้อ 1 ข แยกกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนเดียวกันไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำฟ้องข้อ 1 ค ก็ตาม แต่คำฟ้องข้อ 1 ค โจทก์ได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าเมทแอมเฟตามีนที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังกล่าวเป็นเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรจึงเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนเดียวกัน ซึ่งมีจำนวนหน่วยการใช้และปริมาณน้ำหนักสารบริสุทธิ์ที่กฎหมายให้ถือว่าเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายเท่ากัน ทั้งโจทก์ได้อ้างบทมาตราขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายไว้แล้ว ถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) (6) แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยนำเข้าเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดเพียงฐานนำเข้าเมทแอมเฟตามีนนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษข้อหานำเข้าซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5792/2550
พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์
นายดี สุเพี๊ยะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี · จำเลย - นายดี สุเพี๊ยะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันวะสา บัวทอง · พินิจ บุญชัด · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ