⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5938/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5938/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 252

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญา ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.252

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ และริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด เมื่อเจ้าพนักงานยึดรถยนต์กระบะของกลางแล้วผู้ร้องไม่เคยโต้แย้งกรรมสิทธิ์เพื่อขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บก 994 เบตง ของกลาง จำเลยที่ 3 เป็นบุตรผู้ร้อง จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้กระทำความผิดคดีนี้และศาลมีคำพิพากษาให้ริบ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นบิดาจำเลยที่ 3 และได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมอบรถยนต์กระบะของกลางให้แก่จำเลยที่ 3 เพื่อใช้ขับหรือนำออกรับจ้าง แสดงว่าผู้ร้องยินยอมอนุญาตให้จำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้ได้ตลอดเวลาตามที่จำเลยที่ 3 ต้องการโดยไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 3 จะนำไปใช้ในกิจการใด รวมทั้งยอมรับการตัดสินใจของจำเลยที่ 3 ในการนำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้าง ประกอบกับผู้ร้องรับในฎีกาว่าผู้ร้องรู้ว่าจำเลยที่ 3 นำรถยนต์กระบะของกลางไปรับจ้างบรรทุกโต๊ะสนุกเกอร์พร้อมอุปกรณ์ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 3 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีอาญา ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 252 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง" พิพากษายืน แต่ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5938/2550 พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดเบตง โจทก์ นายทิพย์ พูลสวัสดิ์ ผู้ร้อง นายจีระ ใจดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดเบตง · ผู้ร้อง - นายทิพย์ พูลสวัสดิ์ · จำเลย - นายจีระ ใจดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัช ชลวร · วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ · บวร กุลทนันทน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13172/2556ฎีกา 3330/2566ฎีกา 13630/2555ฎีกา 3948/2534ฎีกา 10312/2550ฎีกา 441/2557ฎีกา 130/2492ฎีกา 180/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ