⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 878/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 266 โดยมิได้ระบุมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ครอบคลุมการกระทำความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม ทำให้ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้นำโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อ ส. ผู้เสียหาย และ พ. โดยให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากผู้เสียหาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ส. และ พ. ผู้อื่นหรือประชาชนอันเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษมาในคำฟ้องแล้ว แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. เฉพาะมาตรา 264 และมาตรา 266 มิได้ระบุมาตรา 268 มาด้วย จะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 หาได้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่ดินกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 อัน และจำเลยได้ทำปลอมขึ้นซึ่งโฉนดที่ดินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขึ้นจำนวน 1 ฉบับ โดยจำเลยนำแบบฟอร์มโฉนดที่ดินของกรมที่ดินที่ออกใช้กับประชาชนทั่วไปมากรอกข้อความว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 12101 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจำเลยซื้อต่อจากนางดี วรรณศรี และจำเลยได้ประทับดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่ดินที่จำเลยปลอมขึ้นลงบนโฉนดที่ดินที่จำเลยทำปลอมขึ้นดังกล่าว ซึ่งความจริงโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าวนั้นกรมที่ดินได้ออกให้นายช่วย วิเศษสิงห์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และปัจจุบันมีจ่าสิบเอกสมพงษ์ สกุลดิษฐและนางสำเภา สกุลดิษฐ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม จำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่พบเห็นหลงเชื่อว่าโฉนดที่ดินที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นโฉนดที่ดินที่แท้จริงที่กรมที่ดินออกให้ใช้และปัจจุบันมีจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่จ่าสิบเอกสมพงษ์และนางสำเภา สกุลดิษฐ นายสุบิน นุชบูรณ์ เจ้าหนี้เงินกู้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ผู้อื่นและประชาชน ภายหลังจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว ต่อมาประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2540 เวลากลางวัน จำเลยได้นำโฉนดที่ดินฉบับที่จำเลยทำปลอมขึ้นโดยมีรอยดวงตรารูปสิงห์ของเจ้าพนักงานที่จำเลยทำปลอมขึ้นประทับลงบนโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อนายสุบินและนายสมพงษ์ สุทธิจิตร์ โดยจำเลยนำโฉนดที่ดินปลอมดังกล่าวไปมอบให้นายสุบินยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากนายสุบินจำนวน 60,000 บาท ซึ่งนายสุบินและนายสมพงษ์ไม่ทราบมาก่อนว่าโฉนดดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายสุบิน นายสมพงษ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ผู้อื่นหรือประชาชน เหตุเกิดที่ตำบลยุ้งทะลาย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 251, 252, 264, 266 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) จำคุก 3 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ไม่ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอมชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้นำโฉนดที่ดินปลอมไปอ้างใช้แสดงต่อนายสุบิน นุชบูรณ์ ผู้เสียหาย และนายสมพงษ์ สุทธิจิตร์ โดยให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ไปจากผู้เสียหาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายสุบิน นายสมพงษ์ ผู้อื่นหรือประชาชน อันเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ซึ่งบัญญัติว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษมาในคำฟ้องแล้ว แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะมาตรา 264 และมาตรา 266 มิได้ระบุมาตรา 268 มาด้วย จะถือว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 หาได้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ที่โจทก์อ้างว่าบทกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266 เป็นความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันกับมาตรา 268 จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 268 ได้นั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 บัญญัติว่า ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ก็ตาม แต่ก็ถือไม่ได้ว่าความผิดตามมาตรา 268 เป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดมาตราอื่น ๆ ข้างต้น จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ไม่ได้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการไม่ระบุมาตรา 268 เกิดจากการพิมพ์ผิดพลาดหรือตกหล่นซึ่งเป็นรายละเอียดมิใช่ข้อสำคัญ ทั้งจำเลยไม่หลงต่อสู้และนำสืบปฏิเสธไว้แล้วก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุที่ทำให้ฟ้องของโจทก์กลายเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้อง แต่โฉนดที่ดินของกลางฟังเป็นยุติว่าเป็นเอกสารปลอมและจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด จึงเห็นสมควรให้ริบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบโฉนดปลอมของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2550 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นางต้อย ศรีเหรา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นางต้อย ศรีเหรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ