⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 932/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้จำนองมีสิทธิเลือกบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินทั่วไปของลูกหนี้ หรือบังคับจากทรัพย์สินที่จำนองก็ได้ และสามารถฟ้องบังคับหนี้ตามสัญญาเงินกู้ได้ แม้จะมีทรัพย์สินจำนองเป็นประกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การจำนองเป็นสัญญาเอาทรัพย์สินตราไว้เป็นการประกันหนี้โดยมีหนี้ประธานและจำนองอันเป็นอุปกรณ์ของหนี้นั้น ซึ่งอาจแยกออกเป็นคนละส่วนต่างหากจากกันได้ เจ้าหนี้จึงชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องอย่างหนี้สามัญ คือ บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินทั่วไปของลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 หรือจะบังคับจำนอง คือ ใช้บุริมสิทธิ์บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 728 ก็ได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับว่าในกรณีซึ่งเป็นหนี้จำนองแล้ว ผู้เป็นเจ้าหนี้จะฟ้องร้องบังคับลูกหนี้อย่างหนี้สามัญตามมาตรา 214 ไม่ได้ เป็นแต่เพียงกฎหมายบังคับว่า ในกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิบังคับจำนองสิทธิของโจทก์ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 733 เท่านั้น ประกอบกับมาตรา 733 มิได้บังคับว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำนองได้แต่ทางเดียว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินได้ เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยรวมทั้งทรัพย์ที่จำนองได้ มิใช่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้แต่เฉพาะที่ดินที่จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.214 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,226,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 4 มีนาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน 1,196,605 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยรวม 5 แปลง คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 11288, 51064, 62648, 94728 และ 94729 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องว่า สัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องมีการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 11288 เป็นประกันเพียงแปลงเดียวเท่านั้น แม้โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้โดยไม่มีคำขอให้บังคับจำนองโจทก์ก็มีสิทธิยึดได้เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 11288 ซึ่งได้จดทะเบียนจำนองไว้เท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิยึดที่ดินอีก 4 แปลง ที่ไม่ได้จดทะเบียนจำนองเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ ขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินจำนวน 4 แปลง ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า โจทก์มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนวน 4 แปลง ที่ไม่ได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องได้หรือไม่ เห็นว่า การจำนองเป็นสัญญาเอาทรัพย์สินตราไว้เป็นการประกันหนี้ โดยมีหนี้ที่จะพึงต้องชำระแก่กันอันเป็นหนี้ประธานและจำนองอันเป็นอุปกรณ์ของหนี้นั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาจแยกหนี้ซึ่งจะต้องชำระแก่กันและการจำนองออกเป็นคนละส่วนต่างหากจากกันได้ เจ้าหนี้จึงชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องอย่างหนี้สามัญ คือ บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินทั่วไปของลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 หรือจะบังคับจำนอง คือ ใช้บุริมสิทธิ์บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 728 อย่างใดอย่างหนึ่งก็ย่อมทำได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับว่า ในกรณีซึ่งเป็นหนี้จำนองแล้ว ผู้เป็นเจ้าหนี้จะฟ้องร้องบังคับลูกหนี้อย่างหนี้สามัญตามมาตรา 214 ไม่ได้ เป็นแต่เพียงกฎหมายบังคับว่า ในกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิบังคับจำนองสิทธิของโจทก์ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 733 เท่านั้น ประกอบกับมาตรา 733 ดังกล่าวก็มิได้บังคับว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำนองได้แต่ทางเดียว ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงหาเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายเรื่องจำนองหรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตดังที่จำเลยอ้างไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเป็นคดีนี้ได้ เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยรวมทั้งทรัพย์ที่จำนองได้ หาใช่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้แต่เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 11288 ที่จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องเท่านั้นไม่ โจทก์มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอีก 4 แปลง ที่ไม่ได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยอีกต่อไปเพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2550 นางละมัย กวยรักษา โจทก์ นางเตียง เมธสุทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละมัย กวยรักษา · จำเลย - นางเตียง เมธสุทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1431/2492ฎีกา 462/2550ฎีกา 4676/2557ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1055/2522ฎีกา 2701/2537ฎีกา 6789/2541ฎีกา 7007/2541ฎีกา 5640/2540ฎีกา 181/2512ฎีกา 6239/2551ฎีกา 213/2523ฎีกา 2009/2515ฎีกา 1632/2535ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2159/2535ฎีกา 1145/2495ฎีกา 3886/2566ฎีกา 1084/2511ฎีกา 7727/2540ฎีกา 1456/2539ฎีกา 1889/2526ฎีกา 2794/2526ฎีกา 8512/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา