คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยทั้งสองยอมผูกพันตนต่อโจทก์ในการที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันหนี้นั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาที่ผูกพันตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เข้าใจว่า ม. บุตรของจำเลยทั้งสองฉ้อโกงค่าน้ำมันโจทก์ จึงไปทำความตกลงกันที่สถานีตำรวจ ม. ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่ และจำเลยที่ 1 ร่วมกับ ม. ยอมชำระเงินจำนวนหนึ่งให้โจทก์ก่อน ส่วนที่เหลือจำเลยที่ 1 เอา น.ส. 3 สามฉบับของจำเลยทั้งสองให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันได้ทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวกันไว้ คดีอาญาจึงเลิกกัน รุ่งขึ้นโจทก์และจำเลยทั้งสองไปยื่นเรื่องราวขอทำจำนองที่ดินตาม น.ส.3 นั้นแก่โจทก์โดยระบุในคำขอด้วยว่าเพื่อประกันหนี้อันแสดงว่าเพื่อเป็นประกันหนี้ที่ ม. ค้างชำระจำเลยทั้งสองจึงผูกพันต่อโจทก์ที่ จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงต่อมาในระหว่างการประกาศโฆษณาจำเลยที่ 1 กลับจะขอถอนเรื่องราวคำขอจำนองและขอรับ น.ส.3 คืน โดยโจทก์ไม่รู้เห็นยินยอมด้วยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพิ่มพูนเซอร์วิส โดยนางฉอ้อน ศรีชัญรัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - นายเดชา ภู่กำชัย ที่ 1 · จำเลย - นางพิกุล ภู่กำชัย ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา