⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2791/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจำนองที่ทำขึ้นเพื่อประกันหนี้ที่มีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาและหนี้ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า จะมีผลผูกพันประกันหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังจนกว่าจะมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง.

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาจำนองที่ดินทั้งสองฉบับ เป็นการจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของโจทก์และหรือ ถ. ต่างระบุว่าจำนองเป็นประกันหนี้ที่มีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาจำนองหรือในเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหน้าทุกลักษณะหนี้ นอกจากนั้นข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองทั้งสองฉบับนี้ ซึ่งสัญญาจำนองให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจำนองต่างระบุไว้เช่นเดียวกันว่า "เนื่องจากทรัพย์จำนองเป็นประกันหนี้ในขณะทำสัญญาจำนองและหนี้ต่อไปในภายหน้าด้วย ผู้จำนองและผู้รับจำนองจึงตกลงกันว่าตราบใดที่ผู้จำนองยังมิได้ทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตามผู้จำนองและผู้รับจำนองยังคงตกลงให้ถือว่าสัญญาจำนองคงมีผลบังคับอยู่เพื่อประกันหนี้ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าของลูกหนี้ดังกล่าวกับผู้รับจำนอง" ส่วนบันทึกข้อตกลงขึ้นเงินจำนองที่ดินก็ระบุว่า เงื่อนไขและข้อตกลงอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสัญญาจำนองฉบับเดิมทุกประการดังนี้ เมื่อหนี้เบิกเงินบัญชีของ ถ. กับหนี้บัตรเครดิตของ ถ. กับโจทก์เป็นหนี้ที่มีขึ้นภายหลังจากการจำนองในขณะที่ยังมิได้ทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง การจำนองย่อมเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้บัตรเครดิตดังกล่าวด้วยตามข้อตกลงในสัญญาจำนอง การที่สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและคำขอใช้บัตรเครดิตมิได้ระบุให้เอาที่ดินตามสัญญาจำนองเป็นประกันหาเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามข้อตกลงในสัญญาจำนองไม่ แม้โจทก์จะได้ชำระหนี้ที่โจทก์และ ถ. กู้ยืมไปครบถ้วนแล้ว ก็ยังไม่ทำให้โจทก์หลุดพ้นจากหนี้จำนอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและส่งมอบโฉนดที่ดินกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่จำนอง รวมทั้งไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดเลขที่ 44336ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224 ถึง 2227 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่แก่โจทก์โดยปลอดจำนอง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวน 59,115 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายวันละ 577.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบและไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไถ่ถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 44336 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224 ถึง 2227 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และส่งมอบโฉนดที่ดินทั้งหมด (และ น.ส.3 ก.)คืนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2535 โจทก์ได้กู้ยืมเงินจากจำเลยจำนวน 200,000 บาท โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 44336 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์มาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ดังกล่าวในวงเงิน 200,000 บาท ตามสัญญากู้เงิน หนังสือสัญญาจำนอง และข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง วันที่ 6 สิงหาคม 2536 นายถนอม คำขัติ สามีโจทก์ได้กู้ยืมเงินจากจำเลยจำนวน 400,000 บาท โดยนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224 ถึง 2227 ตำบลดอนแก้วอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ของโจทก์ มาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ดังกล่าวในวงเงิน 280,000 บาท กับนำที่ดินโฉนดเลขที่ 44336 มาจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นประกันอีกเป็นเงิน 30,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2539 และวันที่ 9 เมษายน2540 โจทก์นำเงินจำนวน 34,719.50 บาท และจำนวน 105,486.14 บาท ตามลำดับชำระหนี้ที่โจทก์และนายถนอมกู้ยืมไปครบถ้วนแล้ว โดยขณะชำระหนี้ดังกล่าวจนปัจจุบันนายถนอมยังคงเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชี และนายถนอมกับโจทก์ยังคงเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่กับจำเลย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองส่งมอบโฉนดที่ดินกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)ที่จำนอง และเรียกค่าเสียหายหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อ 1 ของสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 44336 ซึ่งเป็นการจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของโจทก์เองก็ดี และตามข้อ 4ของสัญญาจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2224 ถึง2227 ซึ่งเป็นการจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของโจทก์และหรือนายถนอมก็ดี ต่างระบุว่าจำนองเป็นประกันหนี้ที่มีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาจำนองหรือในเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหน้าทุกลักษณะหนี้ นอกจากนั้นตามข้อ 1 วรรคสองของข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองทั้งสองฉบับนี้ ซึ่งสัญญาจำนองให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจำนองต่างระบุไว้เช่นเดียวกันว่า "เนื่องจากทรัพย์จำนองเป็นประกันหนี้ในขณะทำสัญญาจำนองและหนี้ต่อไปในภายหน้าด้วย ผู้จำนองและผู้รับจำนองจึงตกลงกันว่าตราบใดที่ผู้จำนองยังมิได้ทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ผู้จำนองและผู้รับจำนองยังคงตกลงให้ถือว่าสัญญาจำนองคงมีผลบังคับอยู่เพื่อเป็นประกันหนี้ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าของลูกหนี้ดังกล่าวกับผู้รับจำนอง" ส่วนบันทึกข้อตกลงขึ้นเงินจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 44306 ก็ระบุไว้ในข้อ 1 ว่า เงื่อนไขและข้อตกลงอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสัญญาจำนองฉบับเดิมทุกประการ ดังนี้ เมื่อหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของนายถนอมกับหนี้บัตรเครดิตของนายถนอมกับโจทก์เป็นหนี้ที่มีขึ้นภายหลังการจำนองในขณะที่ยังมิได้ทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง การจำนองย่อมเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้บัตรเครดิตดังกล่าวด้วยตามข้อตกลงในสัญญาจำนอง การที่สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและคำขอใช้บัตรเครดิตมิได้ระบุให้เอาที่ดินตามสัญญาจำนองเป็นประกัน หาเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามข้อตกลงในสัญญาจำนองดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฉะนั้น แม้โจทก์จะได้ชำระหนี้ที่โจทก์และนายถนอมกู้ยืมไปครบถ้วนแล้ว ก็ยังไม่ทำให้โจทก์หลุดพ้นจากหนี้จำนอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและส่งมอบโฉนดที่ดินกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ที่จำนอง รวมทั้งไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ ฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2546 นาง อ้อยทิพย์ คำขัติหรือสิทธิเสรี โจทก์ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อ้อยทิพย์ คำขัติหรือสิทธิเสรี · จำเลย - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · ภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1536/2500ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 9091/2538ฎีกา 295/2508ฎีกา 7913/2551ฎีกา 298/2517ฎีกา 2877/2547ฎีกา 230/2501ฎีกา 8160/2547ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 805/2506ฎีกา 401/2531ฎีกา 1302/2531ฎีกา 4817/2533ฎีกา 3124/2565ฎีกา 1074/2511ฎีกา 1178/2518ฎีกา 3544/2525ฎีกา 863/2481ฎีกา 1134/2494ฎีกา 9494/2552ฎีกา 1132/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ