⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5328/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลดจำนองมีผลเพียงทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองได้เท่านั้น แต่ภาระหนี้สินเดิมยังคงมีอยู่.

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำบันทึกข้อตกลงระงับจำนอง (ปลดจำนอง) โดยมีข้อความยืนยันว่าโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 นั้น แม้จะเป็นการปลดจำนอง ก็มีผลเพียงแต่ทำให้โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินที่จำเลยที่ 2 นำมาจำนองเป็นประกันหนี้ได้เท่านั้น ภาระหนี้สินที่จำเลยที่ 2 มีต่อโจทก์จึงยังคงมีอยู่ตามเดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.709 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ได้นำโฉนดที่ดินมาจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงินและหนี้อื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาจำนองและหนังสือต่อท้ายสัญญาจำนอง ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำบันทึกข้อตกลงระงับจำนอง (ปลดจำนอง) โดยให้โฉนดที่ดินซึ่งจำเลยที่ 2 นำมาจดทะเบียนจำนองพ้นจากการจำนองเพื่อให้จำเลยที่ 2 นำไปยื่นขอรับใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ทั้ง ๆ ที่โจทก์ยังมิได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าภาระหนี้สินที่จำเลยที่ 2 มีอยู่ต่อโจทก์ยังคงมีอยู่ตามเดิม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 31,500,856.60 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 25,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 31,500,856.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 25,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ดังกล่าวแทนจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 50,000 บาท แทนโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำบันทึกข้อตกลงระงับจำนอง (ปลดจำนอง) โดยมีข้อความยืนยันว่า โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 นั้น แม้จะเป็นการปลดจำนอง ก็มีผลเพียงแต่ทำให้โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินที่จำเลยที่ 2 นำมาจำนองเป็นประกันหนี้ได้เท่านั้น แต่ภาระหนี้สินในการประกันจำเลยที่ 2 และที่ 1 นั้นยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่จำเลยที่ 2 ต้องผูกพันชำระหนี้ให้แก่โจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2542 บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายทรงศักดิ์ จันทรประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายทรงศักดิ์ จันทรประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์ · ชนะ ภาสกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมยศ เข็มทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7903/2568ฎีกา 9091/2538ฎีกา 298/2517ฎีกา 2877/2547ฎีกา 8160/2547ฎีกา 2791/2546ฎีกา 4817/2533ฎีกา 1178/2518ฎีกา 9494/2552ฎีกา 817/2521ฎีกา 7539/2548ฎีกา 626/2537ฎีกา 1704-1705/2515ฎีกา 2883/2546ฎีกา 3542/2528ฎีกา 3467/2543ฎีกา 802/2519ฎีกา 26/2491ฎีกา 3419/2534ฎีกา 5783/2533ฎีกา 11603/2553ฎีกา 1327/2537ฎีกา 1550/2513ฎีกา 1805/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา