คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3987/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจำนองที่ดินที่ระบุให้เป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่ผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้า มีผลผูกพันตามข้อตกลงนั้น และสัญญาจำนองจะยังไม่ระงับสิ้นไปจนกว่าหนี้ทุกประเภทที่ระบุไว้จะระงับสิ้นไป.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญากู้เงินไปจากจำเลย โดยจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ และตกลงทำหนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง ระบุว่า ผู้จำนองตกลงจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่ผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้าก็ตาม? ดังนี้ ข้อสัญญาดังกล่าวมีความหมายอย่างชัดแจ้งว่าสัญญาจำนองที่ดินดังกล่าวนอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ว ยังเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีก เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังค้างชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายตั๋วสัญญาใช้เงินแก่จำเลย ถือได้ว่าโจทก์ยังมีหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อจำเลยตามสัญญาจำนองรายนี้อยู่ แม้โจทก์จะชำระหนี้ที่โจทก์กู้จากจำเลยครบถ้วนแล้ว สัญญาจำนองก็ยังไม่ระงับสิ้นไป จำเลยมีสิทธิที่จะไม่จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๖๖๕ ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๖๖๕ ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อปลดจำนองให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ทำสัญญากู้เงินจากจำเลย สาขาระโนด ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๖๖๕ ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่จำเลยเป็นประกันเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี โจทก์ได้ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยตามสัญญาขายตั๋วสัญญาใช้เงิน เมื่อปรากฏตามหนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองข้อ ๑ ระบุว่า ผู้จำนองตกลงจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่ผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้หรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้าก็ตามในจำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เห็นว่า ข้อสัญญาดังกล่าวมีความหมายอย่างแจ้งชัดว่าสัญญาจำนองที่ดินดังกล่าวนอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ว ยังเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกด้วย ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังค้างชำระหนี้ตามสัญญาขายตั๋วสัญญาใช้เงินแก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ วินิจฉัยว่าสัญญาจำนองที่ดินดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงหนี้ตามสัญญาขายตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3987/2546
นายคมสัน สุขจันทร์ โจทก์
ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคมสัน สุขจันทร์ · จำเลย - ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · สมบัติ อรรถพิมล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายพรชัย หวังประเสริฐกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายประสงค์ คุณาจิรภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา