⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 725/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิกถอนการโอนที่ดินเพื่อชำระหนี้จำนอง ทำให้การชำระหนี้นั้นเป็นอันไร้ผล ผู้รับจำนองรายหลังจึงมีสิทธิร้องขอรับชำระหนี้จำนองของตนได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจำนองที่ดินมือเปล่าไว้แก่โจทก์แล้วออกโฉนดนำไปจำนองไว้แก่ผู้อื่น ต่อมาโอนที่รายนี้ให้แก่ผู้รับจำนองรายหลังเป็นการชำระหนี้ โจทก์ทราบจึงฟ้องบังคับจำนองและขอให้เพิกถอนการโอนตามขอ ดังนี้ แม้หนี้จำนองรายหลังหมดไป เมื่อจำเลยโอนที่ให้ก็จริง แต่เมื่อศาลพิพากษาเพิกถอนการโอนชำระหนี้เสียแล้ว การชำระหนี้ก็เป็นอันไร้ผล ผู้รับจำนองรายหลังจึงมีสิทธิร้องขอรับชำระหนี้จำนองของตนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.353 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้จำนองที่ดินมือเปล่าไว้กับโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ออกโฉนดที่ดินแปลงนี้โดยใส่ชื่อจำเลยที่ ๒ ภรรยายและจำเลยที่ ๓ บุตรร่วมด้วยแล้ว จำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้จำนองที่เฉพาะส่วนของตนไว้แก่จำเลยที่ ๔ ต่อมาจำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้ทำนิติกรรมโอนที่ดินหลุดเป็นสิทธิเฉพาะส่วนให้แก่จำเลย ที่ ๔ เป็นการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ทราบเรื่องจึงฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมการโอนระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับจำเลยที่ ๔ ขอถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกจากโฉนด กับขอบังคับจำนอง (รายของโจทก์) ศาลพิพากษาตามคำขอของโจทก์ และได้ขายทอดตลาดที่ดินรายนี้ชำระหนี้จำนองแก่โจทก์ ปรากฏยังมีเงินเหลืออยู่อีก มีผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ ๔ ราย และจำเลยที่ ๔ ได้มาร้องขอรับชำระจำนองของตนด้วย โดยถือว่าเป็นเจ้าหนี้ บุริมสิทธิถัดจากโจทก์ จำเลยที่ ๑ กลับคัดค้านคำร้องของจำเลย ที่ ๔ ว่า หนี้จำนองที่จำเลยที่ ๔ อ้างนั้น ถูกศาลพิพากษาเพิกถอนทำลายไปด้วยแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำพิพากษาของศาลไม่ได้เพิกถอนหนี้จำนองระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ กับจำเลยที่ ๔ ต้องถือว่าหนี้จำนองรายนี้มีอยู่ ให้กันเงินไว้ชำระหนี้จำนองก่อน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนขายที่ดิน ส่วนที่จำนองให้จำเลยที่ ๔ แล้ว หนี้จำนองก็เกลื่อนกลืนหมดไปในตัว พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ ๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นเดิมโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยที่ ๑, ๒ กับจำเลยที่ ๔ เป็นแต่ขอให้เพิกถอนการโอนซึ่งจำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้โอนให้แก่จำเลยที่ ๔ และศาลก็พิพากษาเพียงเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ และ ๒ โอนที่ให้แก่จำเลยที่ ๔ สัญญาจำนองเดิมหมดไปดังศาลอุทธรณ์ ว่าก็จริง แต่เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนชำระหนี้เสียแล้ว การชำระหนี้ก็เป็นอันไร้ผล เมื่อจำเลยที่ ๔ ยังไม่ได้รับชำระหนี้ จึงมีสิทธิร้องขอรับชำระหนี้ต่อไปได้ พิพากษากลับให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2505 นายสมบุญ เฟื่องฟุ้ง โจทก์ นายหน่าย ใจเย็น ที่ 1 นางไป๋ ใจเย็นที่ 2 นางสาวเนี้ยม ใจเย็นที่ 3 นายช้วน จำปาเงิน ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบุญ เฟื่องฟุ้ง · นายช้วน - นายหน่าย ใจเย็น ที่ 1 นางไป๋ ใจเย็นที่ 2 นางสาวเนี้ยม ใจเย็นที่ 3 · จำเลย - จำปาเงิน ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสมชัย ทรัพย์วณิช · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 19883/2555ฎีกา 1781/2509ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2345/2540ฎีกา 92/2531ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4832/2536ฎีกา 635/2511ฎีกา 1141/2540ฎีกา 310/2534ฎีกา 2791/2546ฎีกา 4817/2533ฎีกา 3070/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา