⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2667/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สัญญาจำนองระบุว่าผู้จำนองได้รับเงินแล้ว ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการจ่ายเงินจริง และจำเลยสามารถนำสืบว่าไม่มีการมอบเงินกันได้ เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีมูลหนี้ประธาน ซึ่งจะทำให้หนี้จำนองซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์ไม่เกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

แม้ในสัญญาจำนองจะระบุว่าผู้จำนองได้รับเงินเป็นการเสร็จแล้วก็หาอาจฟังเป็นหลักฐานว่ามีการจ่ายเงินกันจริงได้ไม่ การนำสืบของจำเลยที่ว่าไม่มีการมอบเงินกัน เท่ากับเป็นการสืบว่าไม่มีมูลหนี้ เมื่อการนำสืบดังกล่าวรับฟังได้ย่อมไม่มีหนี้ประธาน หนี้ตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์จึงไม่เกิดขึ้นหามีข้อห้ามมิให้นำสืบเช่นนั้นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.709

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำที่ดิน 4 แปลงมาจำนองไว้แก่โจทก์จำเลยไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้แล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินกับดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาจำนองประกันหนี้ของนายสุชาติซึ่งไปกู้เงินและขอซื้อสินค้าเชื่อจากนายสุรัตน์และนางสุรีย์ บิดามารดาโจทก์ จำเลยและนายสุชาติยังไม่ได้รับเงิน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสุชาติได้ซื้อสินค้าจากร้านบิดามารดาโจทก์เป็นประจำ ต่อมาจำเลยได้นำที่ดิน 4 แปลงไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ที่สำนักงานที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้นายสุชาติเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาท โดยจำเลยและนายสุชาติไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่าแม้ในสัญญาจำนองจะระบุว่าผู้จำนองได้รับเงินเป็นการเสร็จแล้ว ข้อความดังกล่าวก็ปรากฏอยู่ก่อนแล้วในแบบพิมพ์ จึงอาจมีการหลงลืมไม่ได้ขีดฆ่าออกทั้งการจำนองรายนี้เป็นการจำนองเพื่อประกันหนี้ของผู้อื่น หาใช่ประกันหนี้ของผู้จำนองแต่อย่างใดไม่ การที่ระบุว่าผู้จำนองคือจำเลยได้รับเงินแล้ว จึงหาอาจฟังเป็นหลักฐานว่ามีการจ่ายเงินจริงได้ไม่ การนำสืบของจำเลยที่ว่าไม่มีการมอบเงินกัน เท่ากับเป็นการสืบว่าไม่มีมูลหนี้ ไม่มีหนี้ประธาน หนี้ตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์จึงไม่เกินขึ้นด้วยนั้นหามีข้อห้ามมิให้นำสืบดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2528 นายก้องเกียรติ ฉัตรวุฒิศิริ โจทก์ นายระเวง สุขคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายก้องเกียรติ ฉัตรวุฒิศิริ · จำเลย - นายระเวง สุขคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1536/2500ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 6549/2542ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา