⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1466/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2498

ป.พ.พ. ม.321, 349, 620 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 ทำให้หนี้เดิมระงับสิ้นไป และมีหนี้ใหม่เข้ามาแทนที่

ย่อคำพิพากษา

หนี้เดิมเป็นการตกลงซื้อขายที่ดินกัน ฝ่ายจำเลยไม่มีเงินพอจะจ่ายได้ครบตามจำนวนเงินที่ได้ตกลงซื้อขาย จึงตกลงทำสัญญากู้ขึ้นเฉพาะจำนวนเงินที่ยังขาด ถือว่าเป็นการแปลงสาระสำคัญแห่งหนี้ หนี้เดิม(จำนวนเงินที่ยังขาด) จึงเป็นอันระงับสิ้นไปด้วย การแปลงหนี้ใหม่ตาม ป.พ.พ.ม.349 จำเลยจะอาศัยสัญญาชื้อขายที่ดินซึ่งปรากฎว่าโจทก์ได้รับเงินค่าซื้อขายที่ดินไปครบถ้วนแล้ว มาเป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องชำระเงินตามสัญญากู้ที่แปลงขึ้นใหม่มาได้ไม่ เพราะหนี้เก่าได้แปลงเป็นหนี้ใหม่แล้ว หนี้เก่าหนี้เดิมเป็นอันระงับสิ้นไปตาม ก.ม.แล้ว แต่มีหนี้ใหม่เข้ามาแทนหาได้ระงับสิ้นไปด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.620 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.620 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ ๑ แปลงเนื่องจากเงินไม่พอชำระค่าที่ดินยังขาดอยู่ ๑,๘๐๐ บาท จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินเป็นการชำระค่าที่ดินที่ยังขาดไม่ได้ชำระและเป็นการแปลงหนี้โดยสัญญาให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๒๕ บาทต่อเดือน เมื่อครบกำหนดชำระเงิน จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยขอให้ศาลบังคับ จำเลยสู้ว่าได้ชำระราคาที่ดินให้โจทก์หมดสิ้นแล้ว ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินให้จำเลยเข้าครอบครองแล้วจำนวนเงิน ๑,๘๐๐ บาท ที่โจทก์เรียกร้องเป็นดอกเบี้ย ๘๐๐ บาท ที่โจทก์คิดเพิ่มเรียกเกินอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีเป็นการมิชอบด้วย ก.ม. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยไม่มีหนี้จะต้องชำระให้โจทก์อีกจึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเบื้องต้นข้อเท็จจริงปรากฎชัดว่าจำเลยซื้อที่ดินแปลงที่ ๔ของโจทก์แต่ไม่มีเงินพอจะชำระค่าที่ดินแปลง จึงทำหนี้ตามสัญญากู้เงินกับเงินสดที่มี จำเลยยอมตนเข้าผูกพันตามสัญญากู้โดยสมัครใจ สัญญากู้รายนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนกันโดยชอบด้วย ก.ม. ทั้งมีข้อความชัดว่าจำเลยได้รับเงินจำนวน ๑,๘๐๐ บาทไปครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จำเลยจะนำสืบเปลี่ยนแปลงเอกสารในเรื่องจำนวนเงินให้น้อยไม่ได้ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๙๔ พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเป็นอันฟังได้ว่าหนี้เดิมเป็นการตกลงซื้อขายที่ดิน ฝ่ายจำเลยไม่มีเงินพอจะจ่ายได้ครบตามจำนวนที่ได้ตกลงซื้อขาย จึงได้ตกลงแปลงเป็นสัญญากู้เฉพาะจำนวนเงินที่ยังขาดจึงเป็นการแปลงสาระสำคัญแห่งหนี้ หนี้เดิม (จำนวนเงินที่ยังขาด) จึงเป็นอันระงับสิ้นไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่ตาม ป.พ.พ.ม.๓๔๙ ซึ่งเป็นสัญญาอย่างบริบูรณ์ ตาม ก.ม.แล้ว จำเลยจะอาศัยสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งปรากฎว่าโจทก์ได้รับเงินค่าซื้อขายที่ดินไปครบถ้วนแล้วมาเป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องชำระเงินตามสัญญากู้ที่แปลงขึ้นใหม่หาได้ไม่ เพราะหนี้เก่าได้แปลงเป็นหนี้ใหม่แล้ว หนี้เท่าหรือหนี้เดิมเป็นอันระงับสิ้นไปตาม ก.ม.แล้ว แต่มีหนี้ใหม่เข้ามาแทนหาได้ระงับสิ้นไปด้วยไม่ ส่วนการที่จะนำสืบแก้ไขเอกสารสัญญากู้รายนี้ได้อย่างไรหรือไม่นั้นฝ่ายจำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมา จึงไม่มีข้อวินิจฉัยจึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2498 นายน้อย คำหารพล โจทก์ นายไร สมศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายน้อย คำหารพล · จำเลย - นายไร สมศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายอาจิตต์ ไชยาคำ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสรอรรถอำนวย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 272/2490ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา