⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1737/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1737/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่เข้าลักษณะเป็นใบรับตามประมวลรัษฎากร หากมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะไม่สามารถนำมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้

ย่อคำพิพากษา

เอกสารใดมีลักษณะเป็นใบรับตามประมวลรัษฎากรแล้วจะต้องปิดอากรแสตมป์ มิฉนั้นใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จำเลยอ้างว่าชำระเงินกู้ให้โจทก์แล้วตามเอกสารที่ส่งศาลแต่เอกสารดังกล่าวมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตาม ก.ม. จึงรับฟังเป็นพยานไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านายลิจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๒ ครั้ง ครั้งแรก ๑,๒๑๐ บาท ครั้งสอง ๓,๔๒๐ บาท นายอุดมจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ทวงถามจำเลยผัดเรื่อย จึงขอให้ศาลบังคับนายผลิ จำเลยให้ชำระต้นเงินและดอก หากไม่สามารถชำระได้ให้นายอุดมจำเลยชำระแทน นายลิจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ นายอุดมจำเลยให้การว่าได้ค้ำประกันหนี้ทั้งสองรายจริง ครั้งที่ ๑ ชำระแล้ว ต้นเงินเพียง ๑,๐๐๐ บาท โจทก์ยังไม่คืนสัญญา ส่วนเงินกู้ครั้งที่ ๒ ต้นเงินเพียง ๓,๐๐๐ บาท ตกลงชำระภายใน ๒ เดือน ดอกเบี้ยผิด ก.ม.โจทก์ยอมผัดผ่อนให้นายลิจำเลยชำระหนี้หลายครั้ง ในที่สุดตกลงชำระหนี้กันใหม่ จำเลยย่อมหลุดพ้นจากการค้ำประกัน จำเลยได้พยายามนำเงินไปชำระโจทก์ ๆ ไม่ยอมรับโดยจะเอาดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ต่อเดือน และจะให้ชำระหนี้ครั้งที่ ๑ อีกด้วย ศาลชั้นต้นฟังว่าเงินกู้รายแรกจำเลยชำระให้แก่นายฟักตัวแทนโจทก์แล้ว รายหลังโจทก์รับชำระแล้ว ๑,๒๔๒ บาท คงค้างอีก ๑,๗๕๘ บาท และวินิจฉัยว่าโจทก์เรียกดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ต่อเดือนเป็นการผิด ก.ม.นิติกรรมในส่วนที่เสียดอกเบี้ยเป็นโมฆะ และฟังว่านายอุดมจำเลยยินยอมในการผ่อนเวลาให้นายลิจำเลยชำระหนี้จึงไม่พ้นความรับผิด พิพากษาให้นายลิจำเลยใช้ต้นเงิน ๑,๗๕๘ บาท ถ้าไม่สามารถชำระได้ให้นายอุดมจำเลยชำระแทน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้นายลิจำเลยใช้ต้นเงิน ๓,๘๐๐ บาท หากนายลิจำเลยไม่สามารถชำระได้ให้นายอุดมจำเลยชำระแทน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้คงมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยเท่าที่คู่ความอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเพียงว่า จำเลยจะต้องรับผิดใช้ต้นเงิน ๑,๗๕๘ บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือ ๓,๘๐๐ บาท ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เห็นว่าจำเลยอ้างว่า จำเลยชำระเงินกู้ครั้งแรกแล้วปรากฎตามหลักฐานการรับเงินเอกสารหมาย ล.๔ แต่เอกสารหมาย ล.๔ มีลักษณะเป็นใบรับตามประมวลรัษฎากรจะต้องปิดอากรแสตมป์ แต่มิได้จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากรม.๑๑๘ และการชำระเงินกู้ตามที่จำเลยอ้างนี้มิได้เวนคืนหรือแทงเพิกถอนลงในเอกสารที่กู้เงินนั้นแล้วตาม ป.พ.พ.ม. ๖๕๓ วรรค ๒ ข้ออ้างของจำเลยใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ และฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ชำระต้นเงินให้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับหลังบ้างแล้วดังจำเลยอ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1737/2498 พ.ต.ระดม จิตร์คอน โจทก์ นายลิ แล้วกระโทก ที่ 1 นายอุดม อ่องแจ่ม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พ.ต.ระดม จิตร์คอน · จำเลย - นายลิ แล้วกระโทก ที่ 1 นายอุดม อ่องแจ่ม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา