⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3332/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ผู้รับจำนองไม่ใช้สิทธิขอให้ชำระหนี้ก่อนหรือขอให้ทรัพย์หลุดจากการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ไม่ทำให้สิทธิของผู้รับจำนองระงับไป เพราะสัญญาจำนองจะระงับสิ้นไปก็ต่อเมื่อเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 744 เท่านั้น 2. การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในประกาศขายทอดตลาดว่าไม่มียอดหนี้จำนอง หมายความเพียงเจ้าหนี้จำนองมิได้แจ้งยอดหนี้มาให้ทราบ มิใช่เป็นการปลอดหนี้จำนอง ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดจึงมีหน้าที่ต้องสอบสวนถึงจำนวนหนี้จำนองด้วยตนเอง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีการบังคับคดีขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ซึ่งติดจำนอง ไม่มีบทบัญญัติบังคับผู้รับจำนองให้จำต้องแสดงหลักฐานการเป็นหนี้หรือยอดหนี้ของผู้จำนองต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือต่อศาล เมื่อผู้รับจำนองไม่ประสงค์จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ซึ่งให้สิทธิแก่ผู้รับจำนองที่จะยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดในกรณีที่จะขอให้เอาเงินจากการขายทอดตลาดชำระ แก่ผู้รับจำนองก่อนหรือจะเอาทรัพย์จำนองหลุด สิทธิของผู้รับจำนองหาได้ระงับไปไม่ เพราะสัญญาจำนองจะระงับสิ้น ไปก็เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744 เท่านั้น จำนองเป็นทรัพย์สิทธิติดไปกับตัวทรัพย์เสมอ แม้ประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะระบุว่าไม่มียอดหนี้จำนอง ก็หมายความเพียงเจ้าหนี้จำนองมิได้แจ้งยอดหนี้มาให้ทราบ มิใช่เป็นการปลอดหนี้จำนอง เมื่อประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีมีเงื่อนไขในการขายว่าไม่รับรองและไม่รับผิดในการรอนสิทธิ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้ซื้อจะต้องระวังและสอบสวนถึงจำนวนหนี้จำนอง การละเลยจึงเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายของโจทก์เอง โจทก์ผู้รับโอนที่ดินซึ่งติดจำนองอยู่กับจำเลย ย่อมมีสิทธิที่จะปลดเปลื้องภาระจำนองโดยการไถ่ถอนจำนองตามบทบัญญัติลักษณะ 12 หมวด 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.319 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.736 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินมีโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในประกาศขายทอดตลาดระบุว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างติดจำนองธนาคารกรุงไทย จำกัดแต่ไม่มียอดหนี้จำนอง ขายโดยติดจำนอง โจทก์ชำระเงินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้บังคับจำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ปลอดจำนอง จำเลยให้การว่า นายปิยะจำนองทรัพย์พิพาทแก่จำเลยเป็นประกันหนี้นายปิยะยังไม่ได้ชำระหนี้แก่จำเลย จึงไม่อาจปลอดจำนองได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่มีบทบัญญัติบังคับผู้รับจำนองให้จำต้องแสดงหลักฐานการเป็นหนี้หรือยอดหนี้ของผู้จำนองต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือต่อศาลแต่อย่างใดและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ ก็บัญญัติแต่เพียงว่า ถ้าจะขอให้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระให้ผู้รับจำนองก่อนหรือจะเอาทรัพย์จำนองหลุด ให้ผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์สินนั้นขายทอดตลาด เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้รับจำนองที่จะยื่นคำร้องขอเช่นนั้นได้ หาใช่เป็นบทบัญญัติบังคับผู้รับจำนองไม่ ฉะนั้น เมื่อผู้รับจำนองไม่ประสงค์ใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ผู้รับจำนองก็ยังคงมีสิทธิอยู่ตามเดิม หาทำให้สัญญาจำนองระงับสิ้นไป ไม่เพราะสัญญาจำนองจะระงับสิ้นไปก็เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๔๔ เท่านั้น ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๙ และมาตรา ๓๒๐ ที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้นเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำบัญชีและการจ่ายเงินในกรณีที่มีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหลายคนร้องขอให้บังคับคดีหรือได้มีการแจ้งให้ทราบซึ่งการจำนองหรือบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินที่จำหน่ายได้มาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องการระงับสิ้นไปของสัญญาจำนองซึ่งเป็นพิพาทกันในคดีนี้ ฉะนั้น เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดพิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายโดยติดจำนองไปด้วย แม้ตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีจะระบุว่าไม่มียอดหนี้จำนองตามก็มีความหมายเพียงว่าเจ้าหนี้จำนองไม่ได้แจ้งยอดหนี้มาให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเท่านั้น หาได้มีความหมายว่าเป็นการปลดหนี้จำนองไม่ เพราะจำนองเป็นทรัพย์สิทธิติดไปกับตัวทรัพย์ ภารจำนองจึงติดไปกับตัวทรัพย์ด้วยเสมอ และอีกประการหนึ่งประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีมีเงื่อนไขในการขายว่าไม่รับรองและไม่รับผิดในการรอนสิทธิ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจะต้องระวังและสอบสวนเอาเองว่าหนี้จำนองมีอยู่เท่าใด เพราะสามารถติดต่อสอบถามได้จากจำเลยผู้รับจำนองอยู่แล้ว เมื่อโจทก์ละเลยไม่สอบสวนให้แน่นอนก่อนตกลงซื้อที่พิพาท จึงเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายของตนเอง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะ ๑๒ หมวด ๕ ว่าด้วยจำนอง ได้บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองไว้แล้ว โจทก์เป็นผู้รับโอนที่ดินโฉนดพิพาทซึ่งติดจำนองอยู่กับจำเลย จึงมีสิทธิที่จะปลดเปลื้องภารจำนองออกจากตัวทรัพย์นั้นโดยการไถ่ถอนจำนองตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ดังกล่าว โจทก์จะมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนลบจำนองไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2527 นายศักดิ์ชัย ฟองสถาพร โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศักดิ์ชัย ฟองสถาพร · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุวัตร์ สุขเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1536/2500ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1767/2527ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4101/2539ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 7569/2549ฎีกา 9091/2538ฎีกา 295/2508ฎีกา 971/2535ฎีกา 7913/2551ฎีกา 298/2517ฎีกา 2877/2547ฎีกา 230/2501ฎีกา 8058/2553ฎีกา 8160/2547ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 2636/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 694/2522ฎีกา 805/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา