⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3301/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3301/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่เสนอต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวาต้องอยู่ใต้บังคับของมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุด แต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2869 ตำบลช่องนนทรี (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา (เมือง) กรุงเทพมหานคร และใช้ค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ 2869 ตำบลช่องนนทรี (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา (เมือง) กรุงเทพมหานคร และออกจากสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 537/1 และ 537/15 ซอยเบญจมิตร ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 6,000 บาท และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 70,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 สิงหาคม 2547) จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากทรัพย์พิพาทและส่งมอบทรัพย์พิพาทคืนโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าโจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปย้งโกดังเก็บสินค้าของจำเลย จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง ผู้ให้เช่าเดิมได้เคยทำบันทึกตกลงจะให้จำเลยเช่าทรัพย์พิพาทต่อไปอีก 5 ปี ค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาท จำเลยวางมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าจำนวนหนึ่งแก่ผู้ให้เช่าเดิมไปแล้วหากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีจะมีทางชนะคดีโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยชอบแล้วและคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่แสดงหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าหากมีการพิจารณาคดีใหม่แล้ว ศาลอาจพิจารณาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิจารณาไปแล้ว ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่เสนอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุดแต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาได้อีก ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3301/2551 นายสุวิทย์ โสณมัย และนายวิทวัส วันสน โจทก์ ผู้จัดการมรดกของนายสุวัจน์ โสณมัย บริษัทพี.ที.เอส. อุตสาหกรรม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวิทย์ โสณมัย และนายวิทวัส วันสน · จำเลย - ผู้จัดการมรดกของนายสุวัจน์ โสณมัยบริษัทพี.ที.เอส. อุตสาหกรรม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ