⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5675/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5675/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่มีคำขอให้บังคับจำเลยกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือคดีที่ไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กกั้นที่ดิน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันปรับถมที่ดินของโจทก์ เป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองกระทำการ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ราคาที่ดินของโจทก์ที่พังทลายเป็นเงิน 150,000 บาทด้วย ก็เป็นคำขอบังคับเมื่อไม่อาจบังคับตามคำขอข้อแรกและข้อที่สองได้ ซึ่งถือว่าเป็นคำขอรอง ส่วนที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงินเดือนละ 4,000 บาท ก็เป็นการขอให้ชำระค่าเสียหายนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป อันเป็นค่าเสียหายในอนาคต ไม่อาจนำมาคิดคำนวณเป็นทุนทรัพย์ได้ จึงไม่ทำให้คดีของโจทก์กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีของโจทก์ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.17 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.25

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดนครปฐมว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 40590 ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 199 ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของที่ดินโจทก์ เมื่อปี 2547 จำเลยที่ 1 ใช้จ้างวานผู้อื่นขุดตักดินในที่ดินของจำเลยที่ 1 จนเป็นบ่อขนาดใหญ่ โดยไม่กระทำการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่บริเวณที่ดินข้างเคียง เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินของจำเลยที่ 1 พังทลายลงไปในที่ดินของจำเลยที่ 1 ประกอบกับฝนตกลงมาทำให้ดินพังทลายเพิ่มมากขึ้นจนได้รับความเสียหายตลอดมา ภายหลังจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ดินของโจทก์ยังคงพังทลายติดต่อกันตลอดมาจนถึงปัจจุบัน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์แจ้งเหตุแห่งความเสียหายให้จำเลยทั้งสองป้องกันแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กกั้นดิน โดยให้ใช้เสาคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงรูปตัวไอ ขนาด 0.30 x 0.30 x 15 เมตร ตอกลึกลงไปในที่ดินเป็นฐานรากใต้ดินของเขื่อนทุกระยะ 1 เมตร และใช้แผงกั้นดินคอนกรีตหนา 0.10 เมตร กั้นลึกตั้งแต่ระดับก้นบ่อถึงแนวพื้นดินปกติ และใช้สมอยึดตัวเขื่อนทุกระยะ 3 เมตร ตลอดตัวเขื่อน โดยใช้สมอเสาคอนกรีตเหล็กขนาด 0.30 x 0.30 เมตร และให้จำเลยทั้งสองเทคอนกรีตเสริมเหล็กทับหลังเขื่อนลงในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 199 ในระยะชิดกับแนวที่ดินของโจทก์เป็นแนวตลอดความยาวของที่ดินพังทลายเป็นความยาว 35 วา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันปรับถมที่ดินของโจทก์ตลอดแนวที่พังทลายจำนวน 1 ไร่ 2 งาน ให้เสมอแนวพื้นดินทั่วไปของโจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่กระทำตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ราคาที่ดินของโจทก์ที่พังทลายจำนวน 1 ไร่ 2 งาน เป็นเงิน 150,000 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะทำตามคำขอบังคับข้อ 1 และข้อ 2 หรือข้อ 3 แล้วเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งว่า โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ราคาที่ดินของโจทก์ที่พังทลายเป็นเงิน 150,000 บาท เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ถือได้ว่าคดีเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะขอให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะสร้างเขื่อนคอนกรีตกั้นดิน แผงคอนกรีตกันดิน และเทคอนกรีตเสริมเหล็กทับหลังเขื่อน กับปรับถมที่ดินของโจทก์เสร็จมาด้วย ก็เป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหลังวันฟ้องไม่อาจคำนวณเป็นทุนทรัพย์ได้ เมื่อทุนทรัพย์ของคดีนี้ไม่เกิน 300,000 บาท จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครปฐม ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17, 25 (4) ศาลจังหวัดไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามมาตรา 18 จึงให้โอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมตามมาตรา 16 วรรคสี่ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมเพื่อพิจารณาพิพากษาชอบหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 1 ใช้จ้างวานให้ผู้อื่นขุดตักดินในที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยไม่กระทำการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่บริเวณที่ดินข้างเคียงเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ที่อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 พังทลาย ประกอบกับฝนตกลงมาทำให้ดินพังทลายเพิ่มมากขึ้นจนได้รับความเสียหายตลอดมา ภายหลังจำเลยที่ 1 โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ดินของโจทก์ยังคงพังทลายติดต่อกันตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โจทก์แจ้งเหตุแห่งความเสียหายให้จำเลยทั้งสองป้องกันแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จึงมีคำขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กกั้นดิน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันปรับถมที่ดินของโจทก์ตลอดแนวที่พังทลายจำนวน 1 ไร่ 2 งาน ให้เสมอแนวพื้นดินทั่วไปของโจทก์ อันเป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองกระทำการ จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ราคาที่ดินของโจทก์ที่พังทลายเป็นเงินจำนวน 150,000 บาทด้วย ก็เป็นคำขอบังคับเมื่อไม่อาจบังคับตามคำขอข้อแรกและข้อที่สองได้ ซึ่งถือว่าเป็นคำขอรอง ส่วนที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงินเดือนละ 4,000 บาท ก็เป็นการขอให้ชำระค่าเสียหายนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป อันเป็นค่าเสียหายในอนาคต ไม่อาจนำมาคิดคำนวณเป็นทุนทรัพย์ได้ จึงไม่ทำให้คดีของโจทก์กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีของโจทก์ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครปฐมตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) การที่ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งให้โอนคดีเรื่องนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลจังหวัดนครปฐมที่ให้โอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงนครปฐมและให้ศาลจังหวัดนครปฐมรับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5675/2551 นางเจริญ วิลัยเลิศ โจทก์ นายสำราญ เทียนดอนไพร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเจริญ วิลัยเลิศ · จำเลย - นายสำราญ เทียนดอนไพร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสมศิลป์ โสเจยยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.422/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4862/2548ฎีกา 6234/2548ฎีกา 2989/2533ฎีกา 3374/2566ฎีกา 22056/2555ฎีกา 5460/2547ฎีกา 4637/2546ฎีกา 5070/2552ฎีกา 411/2550ฎีกา 7045/2553ฎีกา 78/2565ฎีกา 4094/2549ฎีกา 8452/2556ฎีกา 3988/2559ฎีกา 5943/2548ฎีกา 1853/2551ฎีกา 8492/2548ฎีกา 3977/2553ฎีกา 7668/2551ฎีกา 1219/2553ฎีกา 10667/2550ฎีกา 4780/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา