⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6035/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6035/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะนานเพียงใด ก็ไม่ทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโดย จ. และเจ้าของรวมคนอื่นให้จำเลยอยู่อาศัย เป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนเจ้าของ จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทนานเพียงใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำเลยเพิ่งมาโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทภายหลังจากที่มีการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินและโจทก์ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 ปี จำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 28507 ตำบลไผ่พระ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 2 งาน 31 ตารางวา และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้งแปลงโดยการครอบครองปรปักษ์ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 30 ออกไปจากที่ดินโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท ยกฟ้องแย้ง จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 9129 มีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม 3 คน คือ นางสมใจ นางขาว และนางจุ้ยโดยยังไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วน ต่อมานางจุ้ยจดทะเบียนยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้นางถวิล บุตรของนางจุ้ย ต่อมานางขาวตายที่ดินเฉพาะส่วนของนางขาวเป็นมรดกตกทอดแก่นางสมพิศ มารดาโจทก์ วันที่ 11 มิถุนายน 2540 มีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 9129 ส่วนของนางสมพิศเป็นที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 25807 เนื้อที่ 2 งาน 31 ตารางวา ส่วนของนางถวิลเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 28508 เนื้อที่ 2 งาน 53 ตารางวา วันที่ 17 มิถุนายน 2540 นางสมพิศจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยเป็นบุตรเขยนางจุ้ย บ้านเลขที่ 30 ของจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เห็นว่า นางจุ้ยมีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 9129 เพียงส่วนเดียว นางจุ้ยจดทะเบียนยกที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้นางถวิลบุตรคนหนึ่งของนางจุ้ย ดังนั้น หากนางจุ้ยยกที่ดินพิพาทให้จำเลยผู้เป็นบุตรเขยจริงนางจุ้ยก็น่าที่จะต้องไปจดทะเบียนยกให้ให้ถูกต้อง ที่ดินโฉนดเลขที่ 9129 มีการจดทะเบียนแบ่งแยกกันเมื่อปี 2540 ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนแบ่งแยกนางจุ้ยและเจ้าของรวมคนอื่นย่อมไม่อาจทราบได้ว่าเมื่อแบ่งแยกแล้วที่ดินของตนจะเป็นแปลงใด ข้ออ้างของจำเลยที่ว่านางจุ้ยยกที่ดินพิพาทให้จำเลยจึงไม่น่าเชื่อถือเพราะขณะนั้นนางจุ้ยเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าที่ดินดังกล่าวจะเป็นส่วนของนางจุ้ยหรือไม่ ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อมีการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินกัน จำเลยได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบฟังได้เพียงว่าจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทเท่านั้น เป็นการอยู่โดยนางจุ้ยและเจ้าของรวมคนอื่นให้จำเลยอยู่อาศัย เป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนเจ้าของ ดังนั้นจำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทนานเพียงใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น จำเลยเพิ่งมาโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทภายหลังจากที่มีการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินและโจทก์ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 ปี จำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกฟ้องแย้งของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องแย้ง โดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมส่วนฟ้องแย้งนั้นยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ให้ถูกต้อง พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6035/2551 นางสาวมลิวรรณ คมขำ โจทก์ นายล้อม คงสุขี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวมลิวรรณ คมขำ · จำเลย - นายล้อม คงสุขี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อร่าม เสนามนตรี · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวปทุมาวดี พิชชาโชติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1804/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 2389/2540ฎีกา 9788/2553ฎีกา 5473/2548ฎีกา 945/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 1342/2509ฎีกา 231/2482ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 185/2566ฎีกา 3081/2527ฎีกา 643/2497ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 5438/2537ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา