⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4993/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4993/2552

ป.พ.พ. ม.241, 344

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงค่าจ้างที่ค้างชำระแก่โจทก์ไว้ได้ หากความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติและมีข้อโต้แย้งอยู่.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์ และมีความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยตามสัญญาจ้าง เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 241 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงไว้ ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติ จะต้องตกลงกันอีกซึ่งยังไม่แน่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ แม้เป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างฉบับเดียวกันก็ต้องถือว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อโจทก์ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344 จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 411,761.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 401,761.46 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นสมควรให้ตกเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ชั้นนี้ว่า จำเลยค้างชำระค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2545 และมีความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยตามสัญญาจ้าง ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยมีสิทธิยึดหน่วงเงินค่าจ้างโจทก์จำนวน 401,761.46 บาท ไว้ได้หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงไว้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า จำเลยจะใช้สิทธิขอหักกลบหนี้ต่อโจทก์ในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า ความปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ของศาลชั้นต้นว่า ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยยังไม่ยุติ จะต้องตกลงกันอีก ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ดังนี้ แม้เป็นสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างฉบับเดียวกัน ก็ต้องถือว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อโจทก์ยังมีข้อต่อสู้อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า จำเลยใช้สิทธิยึดหน่วงเพื่อขอหักกลบลบหนี้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว จึงเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงและจะขอหักกลบลบหนี้ไม่ได้ดังวินิจฉัยข้างต้น จำเลยจึงโต้แย้งว่ายังไม่ผิดนัดมิได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดแก่โจทก์ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4993/2552 บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุดเดอะวอเตอร์ฟอร์ดพาร์ค คอนโดมิเนียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด · จำเลย - นิติบุคคลอาคารชุดเดอะวอเตอร์ฟอร์ดพาร์ค คอนโดมิเนียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยยงค์ คงจันทร์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5063/2533ฎีกา 145/2554ฎีกา 1553/2527ฎีกา 10438/2558ฎีกา 5016/2538ฎีกา 159/2513ฎีกา 6666/2537ฎีกา 2293/2533ฎีกา 5778/2562ฎีกา 4671/2549ฎีกา 2358/2519ฎีกา 1496/2535ฎีกา 4844/2545ฎีกา 16776/2555ฎีกา 3608/2524ฎีกา 1434/2547ฎีกา 5970/2555ฎีกา 7994/2561ฎีกา 2852/2541ฎีกา 806/2505ฎีกา 4911/2533ฎีกา 6477/2539ฎีกา 1285/2532ฎีกา 1967/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ