⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 809/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้มีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์มูลหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นสอบสวน แม้หนี้ดังกล่าวจะเป็นมูลหนี้เดียวกับที่ฟ้องคดีล้มละลายก็ตาม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเรียกบุคคลมาสอบสวนและมีหน้าที่วินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ก็ตาม มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นสอบสวนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า มูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ยังคงมีอยู่จริงก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวแม้หนี้ที่ขอรับชำระหนี้จะเป็นมูลหนี้เดียวกับที่โจทก์นำมาฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ตาม ก็หาผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลต้องถือตามไม่ ทั้งในการตรวจคำขอรับชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือบุคคลใดมาสอบสวนในเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 105 มิใช่หน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะต้องไปตรวจสอบเอกสารแห่งมูลหนี้ในสำนวนศาลหรือสำนักงานบังคับคดีตามที่เจ้าหนี้กล่าวอ้างแต่ประการใด เมื่อเจ้าหนี้ไม่นำพยานหลักฐานมาให้การสอบสวนและนำส่งเอกสารตามกำหนดนัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องใด ๆ ให้ทราบ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงต้องทำความเห็นไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน ซึ่งปรากฏว่าเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งของศาลจังหวัดระยองโดยมีเพียงสำเนาคำพิพากษาฉบับผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้รับรองด้วยตนเองแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ สำเนาเอกสารดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่ศาลรับรองความถูกต้อง ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 ดังนี้ เจ้าหนี้จึงไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบว่า ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือไม่ เพียงใด ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า เจ้าหนี้สิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.105

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ในฐานนะเจ้าหนี้รายที่ 2 ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดระยอง คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 410/2539 เป็นเงินรวม 872,081.35 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่า เจ้าหนี้ไม่มาให้การสอบสวนและไม่นำส่งต้นฉบับหลักฐานสำคัญแห่งหนี้ ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดนัดจึงเห็นควรให้ยกคำขอรับชำระนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 107 (1) ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "..มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่าเจ้าหนี้เป็นโจทก์ในคดีนี้ มูลหนี้ที่ขอรับชำระหนี้เป็นมูลหนี้เดียวกับที่ศาลล้มละลายกลางฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าลูกหนี้เป็นหนี้โจทก์จริงตามฟ้องแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจเอกสารที่โจทก์อ้างส่งในสำนวนศาลดังกล่าวและตรวจสอบไปยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองที่เจ้าหนี้นำยึดทรัพย์จำนองไว้ก็จะทราบว่าลูกหนี้เป็นเจ้าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้นั้น เห็นว่าการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเจ้าหนี้ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ก็ตาม มีหน้าที่ต้องนำหลักฐานพยานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นสอบสวนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า มูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ยังคงมีอยู่จริงก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว แม้หนี้ที่มีขอรับชำระหนี้จะเป็นมูลหนี้เดียวกับที่โจทก์นำมาฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ตามก็หาผูกพันเจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลให้จำต้องถือตามหรือไม่ ทั้งในการตรวจคำขอรับชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือบุคคลใดมาสอบสวนในเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 105 มิใช่หน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะต้องไปตรวจเอกสารแห่งมูลหนี้ในสำนวนศาลหรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองตามที่เจ้าหนี้กล่าวอ้างแต่ประการใด ส่วนที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ประการต่อมาว่า สำเนาคำพิพากษาเอกสารท้ายคำขอรับชำระหนี้สามารถนำมารับฟังได้แล้วว่าลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้จริงนั้น เห็นว่า เมื่อเจ้าหนี้ไม่มีพยานบุคคลใดมาให้การหรือนำส่งพยานเอกสารใดในชั้นสอบสวนตามกำหนดนัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องใด ๆ ให้ทราบ และหมายนัดดังกล่าวทุกฉบับระบุข้อความไว้แล้วว่า หากเจ้าหนี้ไม่นำพยานหลักฐานมาให้การสอบสวนและนำส่งเอกสารตามกำหนดนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ถือว่าเจ้าหนี้ไม่ติดใจอ้างพยานหลักฐานใดประกอบคำขอรับชำระหนี้อีก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำความเห็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงต้องทำความเห็นไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนสอบสวน ซึ่งปรากฏว่าเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดระยอง คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 410/2539 โดยมีเพียงสำเนาคำพิพากษาฉบับผู้รับมอบอำนาจเจ้าหนี้รับรองด้วยตนเองแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ สำเนาเอกสารดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่ศาลรับรองความถูกต้อง จึงต้องมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 ดังนี้ ในชั้นสอบสวนของเจ้าของพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้จึงไม่มีพยานหลักฐานใดนำสืบว่า ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือไม่ เพียงใด ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2552 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ นายเสริม ฉันทมิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · เจ้าหนี้ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเสริม ฉันทมิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย อภิชาตอำมฤต · ไพโรจน์ วายุภาพ · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4940/2539ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2216/2553ฎีกา 2732/2534ฎีกา 946/2509ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 4861/2543ฎีกา 518/2538ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2295/2543ฎีกา 128/2492ฎีกา 4562/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 484/2486ฎีกา 659/2539ฎีกา 923/2523ฎีกา 44/2549ฎีกา 5540/2541ฎีกา 3127/2535ฎีกา 5037/2565ฎีกา 939/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ