⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8599/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8599/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยขายยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นครบองค์ประกอบความผิดแล้ว แม้จะบรรยายถึงการจับกุมและยึดยาของกลางด้วย ก็ไม่ทำให้ฟ้องขัดกัน เพราะการมีไว้เพื่อขายยาควบคุมพิเศษก็เป็นความผิดฐานขายยาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.6 ว่า จำเลยขายยาไวอากร้า ซึ่งเป็นยาจำพวกขยายหลอดเลือด ซึ่งมีส่วนผสมซิลเดนาฟิล จัดเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดที่โจทก์กล่าวหาให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 101 พอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาแล้ว แม้ฟ้องโจทก์ในข้อ 2 บรรยายว่า เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดยาจำนวนตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.6 จากจำเลยเป็นของกลาง ก็ไม่เป็นการบรรยายฟ้องที่ขัดกัน เพราะฟ้องข้อดังกล่าวมิใช่องค์ประกอบของความผิดเป็นเพียงบรรยายถึงการจับกุมจำเลยและการยึดยาของกลางเท่านั้น อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4 บัญญัติว่า ... "ขาย" หมายความว่า "ขายปลีก... และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย" การที่ยึดยาของกลางจากจำเลยได้จำนวนเท่ากับที่จำเลยขาย จึงหาทำให้ฟ้องขัดกันไม่ เพราะไม่ว่าจำเลยจะขายหรือมีไว้เพื่อขายยาของกลาง ก็เป็นความผิดฐานขายยาของกลางตามฟ้อง ฟ้องโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 92, 287 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 12, 101, 126 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 101 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีไว้ซึ่งสิ่งของลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้า จำคุก 3 เดือน ฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี เพิ่มโทษกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานมีไว้ซึ่งสิ่งของลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้า จำคุก 4 เดือน ฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานมีไว้ซึ่งสิ่งของลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้า จำคุก 2 เดือน ฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่งแล้ว คงลงโทษฐานมีไว้ซึ่งสิ่งของลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้า จำคุก 1 เดือน 15 วัน ฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน 15 วัน ให้ยกคำขอส่วนที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ที่บัญญัติว่า "การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี" นั้น มีความหมายว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใดแล้ว โจทก์จะต้องบรรยายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดนั้นให้ครบองค์ประกอบความผิดดังกล่าวโดยระบุเวลาและสถานที่กระทำผิด รวมทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อกล่าวหาที่จะต่อสู้คดีตามฟ้องโจทก์ได้ ซึ่งโจทก์ได้บรรยายฟ้องในความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.6 ว่า จำเลยได้ขายยาไวอากร้า ซึ่งเป็นยาจำพวกขยายหลอดเลือด ซึ่งยาไวอากร้าทั้งหมดมีส่วนผสมซิลเดนาฟิล จัดเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คำฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดที่โจทก์กล่าวหาให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 101 พอสมควรที่จะทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันประเภทยาควบคุมพิเศษโดยไม่ได้รับใบอนุญาตแล้ว แม้คำฟ้องของโจทก์ในข้อ 2 บรรยายว่า เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดอวัยวะเพศชายเทียม จำนวน 6 อัน และยาจำนวนตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.6 จากจำเลยเป็นของกลางดังเช่นที่จำเลยฎีกา ก็ไม่เป็นการบรรยายฟ้องที่ขัดกันเพราะคำฟ้องข้อดังกล่าวมิใช่องค์ประกอบของความผิดเป็นเพียงบรรยายถึงการจับกุมจำเลยและการยึดยาของกลางเท่านั้น อีกทั้งตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4 ได้บัญญัติว่า.. "ขาย" หมายความว่า "ขายปลีก... และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย"การที่ยึดยาของกลางจากจำเลยได้จำนวนเท่ากับที่จำเลยขายจึงหาทำให้ฟ้องขัดกันไม่เพราะไม่ว่าจำเลยจะขายหรือมีไว้เพื่อขายยาของกลางก็เป็นความผิดฐานขายยาของกลางตามฟ้อง คำฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมาลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8599/2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายบัญชร คันธุรส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายบัญชร คันธุรส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · สิงห์พล ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นางสาวปิยะธิดา อุปพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1870/2549ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2588/2524ฎีกา 5246/2548ฎีกา 492/2539ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 6435/2555ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา