⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10565/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2553

ป.อาญา ม.56, 91 · พ.ร.บ.พันธุ์พืช ม.22, 36 · ป.วิ.อาญา ม.158

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมโดยไม่ระบุรายละเอียดที่กฎหมายกำหนด และความผิดฐานรวบรวมเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพ เป็นคนละกรรมกัน เนื่องจากมีเจตนากระทำความผิดที่แตกต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าโดยไม่ระบุเดือนและปีที่รวบรวม เดือนและปีที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2) และความผิดฐานรวบรวมเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพตามมาตรา 36 มีเจตนากระทำความผิดที่แตกต่างกัน จึงเป็นคนละกรรมกัน แม้จำเลยยังไม่ได้จำหน่ายเมล็ดพันธ์ที่รวบรวมก็ไม่ทำให้เป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพที่รวบรวมเป็นข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 3 จำนวน 72 กิโลกรัม และพันธุ์ชัยนาท 1 อีก 72 กิโลกรัม รวม 144 กิโลกรัม การกระทำของจำเลยทำให้ผลิตผลของพันธุ์พืชไม่ได้มาตรฐานและเป็นการหลอกลวงเกษตรกรให้ได้รับความเสียหายอันเป็นผลเสียหายโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 ม.22 พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 ม.36

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าได้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกเจ้าชื่อพันธุ์สุพรรณบุรี 3 และพันธุ์ชัยนาท 1 เครื่องหมายการค้าตรางูทอง ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุมมีอัตราความงอกร้อยละ 80 ชนิดละ 72 กิโลกรัม โดยไม่ระบุวันที่รวบรวม และวันสิ้นอายุการใช้ทำพันธุ์ และจำเลยได้รวบรวมขายเมล็ดพันธุ์พืชชนิดข้าวเปลือกเจ้า ชื่อพันธุ์สุพรรณบุรี 3 ดังกล่าว ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพ เหตุเกิดที่ตำบลเขาแก้ว อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2), 36, 60, 64 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2), 36, 60, 64 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2), 60 จำคุก 6 เดือน ฐานความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 36, 64 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวมจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ความผิดฐานเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าโดยไม่ระบุเดือนและปีที่รวบรวม เดือนและปีที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2) และความผิดฐานรวบรวมเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพตามมาตรา 36 มีเจตนากระทำความผิดที่แตกต่างกัน จึงเป็นคนละกรรมกัน แม้จำเลยยังไม่ได้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่รวบรวมดังที่ฎีกาก็ไม่ทำให้เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า เมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพที่รวบรวมเป็นข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี 3 จำนวน 72 กิโลกรัม และพันธุ์ชัยนาท 1 อีก 72 กิโลกรัม รวม 144 กิโลกรัม การกระทำของจำเลยทำให้ผลิตผลของพันธุ์พืชไม่ได้มาตรฐานและเป็นการหลอกลวงเกษตรกรให้ได้รับความเสียหาย อันเป็นผลเสียหายโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้จึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน ก่อนลดโทษนั้นหนักไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดี" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2553 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายชาญชัย สวัสดีโอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายชาญชัย สวัสดีโอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ · ไมตรี ศรีอรุณ · ทวี ประจวบลาภ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4180/2548ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ