⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11039/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11039/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบของโจทก์ที่กล่าวอ้างถึงการกระทำผิดสัญญาของจำเลยแตกต่างจากที่บรรยายฟ้อง ถือเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานอกเหนือไปจากคำฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นสมาชิกประเภทร้านค้าของโจทก์ โดยจำเลยยินยอมรับชำระค่าสินค้าและค่าบริการจากสมาชิกผู้ถือบัตรที่โจทก์ออกให้ แต่จำเลยรับชำระค่าสินค้าโดยผิดเงื่อนไขเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระเงินคืนจากสมาชิกผู้ถือบัตร เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาในขั้นตอนก่อนการชำระเงิน แต่โจทก์กลับนำสืบว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ชี้แจงข้อร้องทุกข์และข้อสอบถามของสมาชิก ซึ่งเป็นขั้นตอนหลังจากจำเลยได้รับชำระค่าสินค้าแล้ว แม้โจทก์จะแนบสัญญาซึ่งมีเงื่อนไขการรับชำระเงินจากบัตรเครดิตมาท้ายฟ้องอันถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องก็ตาม แต่ทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าว กล่าวอ้างถึงการกระทำผิดสัญญาของจำเลยแตกต่างจากที่โจทก์บรรยายฟ้อง จึงเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานอกเหนือไปจากคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,302,477.96 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 1,109,261.01 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาเป็นสมาชิกร้านค้ากับโจทก์เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการจากสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตของโจทก์โดยมีข้อตกลงว่า เมื่อจำเลยจะรับชำระค่าสินค้าหรือบริการจากสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตของโจทก์ จำเลยจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขในสัญญา ในกรณีจำเลยรับการใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการโดยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบในสัญญาโดยเคร่งครัดครบทุกข้อจำเลยต้องชำระเงินคืนให้แก่โจทก์ ต่อมาภายหลังปรากฏว่าจำเลยรับชำระค่าสินค้าโดยผิดเงื่อนไขทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับชำระเงินคืนจากสมาชิกบัตร จากการบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาในขั้นตอนก่อนการชำระเงิน ซึ่งเมื่อศาลตรวจดูสัญญาเอกสารหมาย จ.4 มีเงื่อนไขก่อนการรับชำระเงินจากบัตรเครดิตของโจทก์อยู่ 3 ประการ คือ 1. เรื่องการยอมรับค่าสินค้าและบริการ เป็นการกำหนดให้จำเลยตรวจสอบความถูกต้องของบัตรของลูกค้าที่นำมาใช้ซื้อสินค้า 2. วงเงินซึ่งต้องมีการขออนุมัติ เป็นการกำหนดให้จำเลยตรวจสอบวงเงิน และ 3. แบบฟอร์มบันทึกค่าสินค้าและบริการ เป็นการกำหนดแบบฟอร์มบันทึกค่าสินค้าและบริการจะต้องมีรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ทางนำสืบของโจทก์กลับไม่ปรากฏว่าจำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไขดังกล่าวอย่างไร แต่โจทก์กลับนำสืบว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ชี้แจงข้อร้องทุกข์และข้อสอบถามของสมาชิกบัตรซึ่งเป็นขั้นตอนหลังจากจำเลยได้รับชำระค่าสินค้าและบริการแล้ว แม้สัญญาจะเป็นเอกสารท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง แต่ทางนำสืบของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างถึงการกระทำผิดข้อสัญญาของจำเลยซึ่งแตกต่างไปจากที่โจทก์บรรยายฟ้อง จึงเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานอกเหนือไปจากคำฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11039/2553 บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด โจทก์ นายคเชนทร์ พงศ์วัฒนะเควิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด · จำเลย - นายคเชนทร์ พงศ์วัฒนะเควิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นวลน้อย ผลทวี · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุทธิชัย จงศิริสถาพร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์
หมายเลขคดีดำพ.863/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · ศาลฎีกา