⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11973/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11973/2553

ป.อาญา ม.90, 265, 268

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารราชการหลายฉบับที่เกี่ยวเนื่องกันและมีเจตนาเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลอมเอกสารแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แล้วนำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าพนักงานหรือผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง แม้จะเป็นการทำปลอมเอกสารราชการต่างประเภทกันและมีลักษณะการทำปลอมที่แตกต่างกัน แต่การที่จำเลยได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมไว้ที่รถยนต์คันเดียวกันแล้วนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่ทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานในเวลาเดียวกันนั้นแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจเอกสารเข้าใจว่าเป็นรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 264, 265, 268 ริบเอกสารปลอมของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 18 เดือน ริบเอกสารราชการปลอมของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ลงโทษจำคุก 3 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายในฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า จำเลยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้ โดยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ไปติดไว้ที่รถยนต์ของกลาง และนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าพนักงานหรือผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอม เป็นเอกสารที่แท้จริง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 3 กระทงหรือไม่... เห็นว่า แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ที่จำเลยทำปลอมขึ้นจะเป็นเอกสารราชการต่างประเภทกัน ลักษณะการทำปลอมแตกต่างกันก็ตาม แต่การที่จำเลยได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมไว้ที่รถยนต์คันเดียวกัน พร้อมกับนำคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปใช้แสดงต่อเจ้าพนักงานในคราวเดียวกันในเวลาเดียวกัน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจเอกสารเห็นว่ารถยนต์ที่จำเลยขับเป็นรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายเพื่อจำเลยจะได้ใช้รถยนต์ของกลางได้โดยชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่สามกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า การที่จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ อันเป็นเอกสารราชการแล้วนำไปติดไว้ที่รถยนต์ของกลาง เป็นเหตุให้รัฐไม่อาจควบคุมความปลอดภัยของสภาพรถรวมถึงปริมาณของรถที่แท้จริง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยส่วนรวม และยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีรถยนต์ให้แก่รัฐตามกฎหมาย ทั้งกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการที่จะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รอการลงโทษให้จำเลย จึงชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11973/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายปรียะ จุลละนันท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายปรียะ จุลละนันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นวลน้อย ผลทวี · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1089/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2092/2564ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 960/2559ฎีกา 581/2527ฎีกา 893/2563ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 693/2526ฎีกา 3107/2533ฎีกา 15230/2555ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ