⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12037/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12037/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดงานของลูกจ้างโดยมิได้ลาและมิใช่วันหยุดตามกฎหมายหรือวันที่นายจ้างสั่งให้หยุดงาน จะไม่นับรวมเป็นระยะเวลาการทำงานเพื่อคำนวณสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 19 บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นับวันหยุด วันลา วันที่นายจ้างอนุญาตให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง และวันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง รวมเป็นระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างด้วย ซึ่งวันหยุดและวันลาดังกล่าวตามมาตรา 5 ให้คำจำกัดความว่า วันหยุด หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุดประจำสัปดาห์หยุดตามประเพณี หรือหยุดพักผ่อนประจำปี วันลา หมายความว่า วันที่ลูกจ้างลาป่วย ลาเพื่อทำหมัน ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ ความสามารถ หรือลาเพื่อคลอดบุตร จึงเห็นได้ว่า การที่โจทก์ขาดงานไปโดยมิได้ลา ทั้งมิใช่วันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง จึงไม่อาจนำเวลาที่ขาดงาน ซึ่งนายจ้างไม่ได้ประโยชน์จากการทำงานของลูกจ้างมารวมเป็นระยะเวลาทำงานของลูกจ้างได้ เมื่อโจทก์ขาดงานไปโดยมิได้ลาให้ถูกต้องตามระเบียบ โจทก์จึงไม่ได้ทำงานติดต่อครบสามปีที่จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแต่อย่างใด เพียงแต่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.5 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 115/2548 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2548 ของจำเลยที่ 2 และขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชย 68,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ 115/2548 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2548 ของจำเลยที่ 2 และให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยส่วนที่เหลือจำนวน 68,099.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ประการเดียวว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรีที่ 115/2548 ที่วินิจฉัยว่าในระหว่างทำงานโจทก์ขาดงานไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2548 จึงไม่นับวันดังกล่าวรวมเป็นระยะเวลาทำงานติดต่อกัน เพื่อคำนวณค่าชดเชยนั้นชอบหรือไม่โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า โจทก์เริ่มทำงานกับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2545 แต่ในระหว่างทำงาน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2548 โจทก์ได้ขาดงานโดยมิได้ยื่นใบลาหรือแจ้งเหตุขัดข้องและได้ยอมให้จำเลยที่ 1 หักเงินค่าจ้างของวันที่ขาดงานและยอมให้บันทึกการขาดในประวัติการทำงานของโจทก์ด้วย เมื่อโจทก์ขาดงานจึงไม่นับวันที่ขาดงานเข้าในระยะเวลาทำงาน โจทก์จึงมิได้ทำงานติดต่อกันครบสามปีไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพิ่มตามฟ้อง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานถูกต้องแล้วนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 บัญญัติว่า "ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้...(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปีให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน..." และมาตรา 19 บัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาการทำงานลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นับวันหยุด วันลา วันที่นายจ้างอนุญาตให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง และวันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง รวมเป็นระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างด้วย" ซึ่งวันหยุดและวันลาดังกล่าวตาม มาตรา 5 ให้คำจำกัดความว่า "วันหยุด" หมายความว่า วันที่กำหนด ให้ลูกจ้างหยุดประจำสัปดาห์ หยุดตามประเพณี หรือหยุดพักผ่อนประจำปี "วันลา" หมายความว่า วันที่ลูกจ้างป่วย ลาเพื่อทำหมัน ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ หรือลาเพื่อคลอดบุตร จึงเห็นได้ว่าการที่โจทก์ขาดงานไปในวันที่ 3 มกราคม 2548 โดยวันดังกล่าวมิใช่วันที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุดประจำสัปดาห์ หยุดตามประเพณีหรือหยุดพักผ่อนประจำปี และโจทก์ขาดงานไปโดยมิได้ลา ทั้งมิใช่วันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง จึงไม่อาจนำเวลาที่ขาดงาน ซึ่งนายจ้างไม่ได้ประโยชน์จากการทำงานของลูกจ้างมารวมเป็นระยะเวลาทำงานของลูกจ้างได้ เมื่อโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2545 และถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 โดยระหว่างการทำงานเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2548 โจทก์ได้ขาดงานไปโดยมิได้ลาให้ถูกต้องระเบียบ โจทก์จึงมิได้ทำงานติดต่อกันครบสามปี ที่จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแต่อย่างใด เพียงแต่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 (2) เท่านั้น คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรีที่ 115/2548 เรื่องค่าชดเชย จึงวินิจฉัยไว้ชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยที่ 1 ฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12037/2553 นายยุทธ สารจิตต์ โจทก์ บริษัทแกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยุทธ สารจิตต์ · จำเลย - บริษัทแกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีป ตันสวัสดิ์ · ดิเรก อิงคนินันท์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - วิทยา ทาระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.726/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9016-9043/2549ฎีกา 3825/2545ฎีกา 8491/2559ฎีกา 6783/2548ฎีกา 2513/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 9072/2547ฎีกา 11912/2553ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 597-602/2566ฎีกา 6689/2542ฎีกา 2681-2683/2545ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 4115/2556ฎีกา 6526/2545ฎีกา 5281/2545ฎีกา 9015/2549ฎีกา 5028/2545ฎีกา 3920/2548ฎีกา 4171/2566ฎีกา 13895/2555ฎีกา 20513-20657/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา