⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13839/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13839/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฟ้องแย้งที่บรรยายข้อหาและคำขอบังคับ รวมถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชัดแจ้งตามกฎหมายแล้ว ถือว่าไม่เคลือบคลุม 2. การที่ลูกหนี้ได้กระทำการใดๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้แล้ว ถือว่าอายุความสะดุดหยุดลง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้บรรยายฟ้องแย้งให้เข้าใจได้แล้วว่า อุปกรณ์ที่สั่งซื้อจากโจทก์ซึ่งมีความบกพร่องต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขคือ อุปกรณ์ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ตรวจจับควัน และอุปกรณ์วาล์วผีเสื้อปิดเปิดน้ำ ซึ่งโจทก์ก็ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สินค้าอุปกรณ์ดังกล่าวที่ส่งให้จำเลยมิได้ชำรุดบกพร่อง แต่สามารถใช้การได้ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดจากระบบติดตั้งของจำเลยเอง แสดงว่าโจทก์เข้าใจข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องแย้งเป็นอย่างดี ส่วนค่าใช้จ่ายในการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวที่จำเลยต้องว่าจ้างผู้ชำนาญรายใดมาดำเนินการแก้ไขเป็นรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา จำเลยได้บรรยายฟ้องแย้งไว้โดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ดังนั้น ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม ภายหลังจากจำเลยได้รับแจ้งจากบริษัท ซ. ให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายในการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามหนังสือลงวันที่ 15 ตุลาคม 2542 เอกสารหมาย ล.9 และจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบถึงค่าใช้จ่ายนั้นแล้ว โจทก์ได้มาดำเนินการแก้ไขในระบบให้จำเลย แต่ไม่อาจแก้ไขให้สมบูรณ์ได้ ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ได้กระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายแล้วว่าโจทก์ยอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้องของจำเลยแล้ว อายุความจึงสะดุดหยุดลงนับแต่เวลาดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) แม้จำเลยจะมิได้นำสืบให้เห็นว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นวันเวลาใดก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นระยะเวลาภายหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2542 อันเป็นวันที่บริษัท ซ. เจ้าของสินค้ามีหนังสือแจ้งจำเลยถึงจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไข เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลง จึงต้องเริ่มนับอายุความใหม่นับแต่วันดังกล่าวถึงวันที่ 27 มีนาคม 2543 อันเป็นวันฟ้องแย้ง จึงยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 และแม้จะนับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2542 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2543 อันเป็นวันฟ้องแย้ง ก็ยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2542 เช่นกัน ดังนั้น สิทธิเรียกร้องให้โจทก์ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 474

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.474

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 313,580.06 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินแก่จำเลยจำนวน 910,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 350,000 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันพิพากษา (วันที่ 9 เมษายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้บรรยายฟ้องแย้งให้เข้าใจได้แล้วว่าอุปกรณ์ที่สั่งซื้อจากโจทก์ซึ่งมีความบกพร่องต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขก็คืออุปกรณ์ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ตรวจจับควัน และอุปกรณ์วาล์วผีเสื้อปิดเปิดน้ำ ซึ่งโจทก์ก็ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สินค้าอุปกรณ์ดังกล่าวที่ส่งให้จำเลยมิได้ชำรุดบกพร่อง แต่สามารถใช้การได้ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดจากระบบติดตั้งของจำเลยเอง แสดงว่าโจทก์เข้าใจข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องแย้งเป็นอย่างดี ส่วนค่าใช้จ่ายในการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวที่จำเลยต้องว่าจ้างผู้ชำนาญรายใดให้มาดำเนินการแก้ไขเป็นรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา จำเลยได้บรรยายฟ้องแย้งไว้โดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ดังนั้น ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 แล้วหรือไม่ เห็นว่า ภายหลังจากจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของสินค้าแล้ว โจทก์ได้มาดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องดังกล่าว แต่โจทก์ไม่อาจแก้ไขให้สมบูรณ์ได้ แม้นายขจรศักดิ์หัวหน้าแผนกช่างบริษัทจำเลยในขณะนั้นเบิกความว่า เหตุที่จำเลยมิได้จ่ายค่าสินค้าให้โจทก์เนื่องจากจำเลยได้ติดต่อให้โจทก์มาดำเนินการแก้ไขแต่โจทก์เพิกเฉยดังที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่านายขจรศักดิ์เบิกความด้วยว่า โจทก์ได้พยายามทำการแก้ไข เหตุที่โจทก์ไม่สามารถแก้ไขได้เนื่องจากโจทก์ไม่มีพนักงานที่มีความรู้พอที่จะทำการแก้ไข ส่วนโจทก์คงมีเพียงนางลักษณา มาเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุน พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลให้เชื่อว่าภายหลังจากจำเลยได้รับแจ้งจากบริษัทไซบ์เอ็นไวรอนเมนทอลคอนโทรลส์ จำกัดให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายในการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามหนังสือลงวันที่ 15 ตุลาคม 2542 และจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบถึงค่าใช้จ่ายนั้นแล้ว โจทก์ได้มาดำเนินการแก้ไขในระบบให้จำเลย แต่ก็ไม่อาจแก้ไขให้สมบูรณ์ได้ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ได้กระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายแล้วว่าโจทก์ยอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้องของจำเลยแล้ว อายุความจึงสะดุดหยุดลงนับแต่เวลาดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) แม้จำเลยจะมิได้นำสืบให้เห็นว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นวันเวลาใดก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นระยะเวลาภายหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2542 อันเป็นวันที่บริษัทไซบ์เอ็นไวรอนเมนทอลคอนโทรลส์ จำกัด เจ้าของสินค้ามีหนังสือแจ้งจำเลยถึงจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไข เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลง จึงต้องเริ่มนับอายุความใหม่ซึ่งนับแต่วันดังกล่าวถึงวันที่ 27 มีนาคม 2543 อันเป็นวันฟ้องแย้ง จึงยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 และแม้จะนับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2542 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2543 อันเป็นวันฟ้องแย้ง ก็ยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2542 เช่นกัน ดังนั้น สิทธิเรียกร้องให้โจทก์ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นสำหรับคำฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย โดยคงกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแทนจำเลย ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับคำฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลในอนาคตชั้นฎีกาจำนวน 100 บาท แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13839/2553 บริษัทไทยแอร์มูฟเมนต์ แอนด์ คอนโทรล จำกัด โจทก์ บริษัทแชงกรี-ลา โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยแอร์มูฟเมนต์ แอนด์ คอนโทรล จำกัด · จำเลย - บริษัทแชงกรี-ลา โฮเต็ล จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปริญญา ดีผดุง · สมชาย สินเกษม · สู่บุญ วุฒิวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประยุทธ ไชยพิณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัณธาน ขันทมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2453/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา