⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 583/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองตั้งแต่ 20 เม็ดขึ้นไป ถือเป็นข้อสันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อจำหน่ายตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองจำนวน 20 เม็ด รวมน้ำหนัก 1.720 กรัม เข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 6 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีพันตำรวจตรีภาสันต์กับสิบตำรวจเอกพรชัยผู้ร่วมจับกุมเป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า เมื่อพยานโจทก์ทั้งสองไปถึงซอยที่เกิดเหตุก็พบจำเลยที่กลางซอย เมื่อจำเลยเห็นเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมก็ตกใจและแสดงอาการพิรุธออกมา พันตำรวจตรีภาสันต์ให้สิบตำรวจเอกพรชัยเข้าตรวจค้นตัวจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีน จำนวน 20 เม็ด ของกลางในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาของจำเลย จำเลยรับว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของจำเลย จำเลยซื้อมาในราคาเม็ดละ 60 บาท ชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่ามีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองตามที่ผู้ร่วมจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาเพียงแต่ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน เนื่องจากร้อยตำรวจเอกสำเริงพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่า มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษที่แก้ไขใหม่ แต่จำเลยก็ไม่ได้ให้รายละเอียดในการปฏิเสธ คงให้การแต่เพียงว่าขอไปให้การในชั้นพิจารณาของศาลนับว่ามีพิรุธ นอกจากนี้จำเลยก็เบิกความรับว่าก่อนเกิดเหตุคดีนี้ มีเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งให้จำเลยทราบว่าครอบครัวของนางสาววาสนามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยและนางสาววาสนาจึงออกจากบ้านซึ่งอยู่ข้างสถานที่เกิดเหตุไปเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ปรากฏว่าเหตุใดจำเลยซึ่งไปส่งนางสาววาสนาที่ร้านทำผมแล้ว จึงต้องไปอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านดังกล่าวที่เป็นแหล่งค้าเมทแอมเฟตามีนอีก กรณีจึงเชื่อได้ว่าพันตำรวจตรีภาสันต์และสิบตำรวจเอกพรชัยผู้ร่วมจับกุมเบิกความว่า จับกุมจำเลยได้พร้อมกับเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำนวน 20 เม็ด ไปตามความจริง ย่อมไม่กล้าปรักปรำจำเลยซึ่งรู้จักสนิทสนมกับพวกเจ้าพนักงานตำรวจถึงขั้นชี้แนะให้จำเลยทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ค้าเมทแอมเฟตามีนบ้าง ส่วนที่จำเลยฟ้องพันตำรวจตรีภาสันต์กับพวกเป็นคดีอาญานั้น ก็เกิดขึ้นภายหลังจากที่จับกุมจำเลยเป็นคดีนี้แล้ว ทั้งศาลชั้นต้นก็พิพากษายกฟ้องและแม้ผู้ร่วมจับกุมค้นไม่พบเงินที่ขายเมทแอมเฟตามีนหรือธนบัตรใด ๆ จากจำเลยก็มิใช่ข้อพิรุธดังที่จำเลยฎีกา เพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โจทก์เพียงแต่ฟ้องว่าครอบครองเมทแอมเฟตามีน ซึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษที่แก้ไขใหม่ เมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองจำนวน 20 เม็ด รวมน้ำหนัก 1.720 กรัม นั้นเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงได้ฟ้องจำเลยข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมาเพื่อจำหน่ายหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวข้องกับคดี การไม่พบเงินสดที่ได้จากการขายเมทแอมเฟตามีนหรือธนบัตรใด ๆ ในตัวจำเลยก็ไม่ได้เป็นการผิดวิสัยดังที่จำเลยฎีกา พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาข้างต้นประกอบกับคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยว่ามีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20 เม็ด ของกลางไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าวมีปริมาณที่ถือได้ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนี้มีจำนวนเพียง 20 เม็ด ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าหนักเกินไป ควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสุรศักดิ์หรือเอ แสงไพสรรค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสุรศักดิ์หรือเอ แสงไพสรรค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายปริญญา อ่อนน้อม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จันทกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4852/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5794/2544ฎีกา 65/2569ฎีกา 6101/2531ฎีกา 2176/2548ฎีกา 1049/2547ฎีกา 9083/2547ฎีกา 1497/2532ฎีกา 4529/2543ฎีกา 905/2547ฎีกา 8086/2544ฎีกา 9166/2544ฎีกา 1809/2530ฎีกา 2232/2538ฎีกา 4747/2541ฎีกา 2572/2549ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2136/2544ฎีกา 3799/2541ฎีกา 2856/2559ฎีกา 3889/2543ฎีกา 10069/2558ฎีกา 4316/2560ฎีกา 6377/2549ฎีกา 5585/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา