⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2205/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้บุคคลอื่นเป็นเครื่องมือในการล่อซื้อยาเสพติด โดยบุคคลนั้นกระทำการไปเพราะหวังผลตอบแทน ถือว่าเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ริเริ่มการกระทำความผิด บุคคลนั้นจึงไม่มีเจตนากระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ยินยอมไปซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 2 มาให้เจ้าพนักงานตำรวจครั้งนี้ก็เพราะหวังค่าจ้าง ซึ่งไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะเป็นกรณีตามที่โจทก์นำสืบว่าค่าจ้าง คือ แบ่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 จำนวนครึ่งเม็ดหรือไม่มีค่าจ้าง จำเลยที่ 1 คงจะไม่ไปดำเนินการซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 2 มาให้ และการที่เจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยที่ 1 ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 เช่นนี้ ถือเป็นการอาศัยจำเลยที่ 1 เป็นเครื่องมือ เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นผู้เริ่มมิใช่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มในการไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 ส่วนการที่เจ้าพนักงานตำรวจมอบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้จำเลยที่ 1 ก็ดี หรือการที่จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมามอบให้เจ้าพนักงานตำรวจก็ดี เป็นวิธีการอย่างหนึ่งของเจ้าพนักงานตำรวจที่เคยให้สายลับไปดำเนินการ ซึ่งโดยปกติเจ้าพนักงานตำรวจก็มักจะให้ค่าตอบแทนแก่สายลับ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยที่ 1 จึงอยู่ในสถานะเดียวกับสายลับ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 5 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้สองในห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เจ้าพนักงานตำรวจสืบทราบว่า จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและเคยให้สายลับไปล่อซื้อหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่ขายเมทแอมเฟตามีนด้วยตนเอง แต่จะให้คนอื่นขายแทน จึงวางแผนหลอกใช้ให้จำเลยที่ 1 ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 วันเกิดเหตุพลตำรวจสมนึก พรหมทองดี กับพวกมอบธนบัตรจำนวน 300 บาท ให้จำเลยที่ 1 ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 จำนวน 3 เม็ด โดยมีค่าจ้าง จำเลยที่ 1 รับจ้างไปซื้อเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ทราบว่าพลตำรวจสมนึกเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่ประสงค์จะยืมมือจำเลยที่ 1 หลังจากจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 มาได้แล้วก็นำมามอบให้พลตำรวจสมนึก จึงถูกจับดำเนินคดีด้วย มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ยินยอมไปซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 2 มาให้เจ้าพนักงานตำรวจครั้งนี้ก็เพราะหวังค่าจ้าง ซึ่งไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะเป็นกรณีตามที่โจทก์นำสืบว่า ค่าจ้างคือแบ่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 จำนวนครึ่งเม็ด หรือที่จำเลยที่ 1 นำสืบต่อสู้ว่าค่าจ้างเป็นเงิน 50 บาท ก็ล้วนถือเป็นค่าจ้างทั้งสิ้น หากไม่มีค่าจ้างจำเลยที่ 1 คงจะไม่ไปดำเนินการซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 2 มาให้และการที่เจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยที่ 1 ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 เช่นนี้ ถือเป็นการอาศัยจำเลยที่ 1 เป็นเครื่องมือ เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นผู้เริ่มมิใช่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มในการไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 2 ส่วนการที่เจ้าพนักงานตำรวจมอบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้จำเลยที่ 1 ก็ดี หรือการที่จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมามอบให้เจ้าพนักงานตำรวจก็ดี เป็นวิธีการอย่างหนึ่งของเจ้าพนักงานตำรวจที่เคยให้สายลับไปดำเนินการ ซึ่งโดยปกติเจ้าพนักงานตำรวจก็มักจะให้ค่าตอบแทนแก่สายลับ อาจจะเป็นเงินหรือเมทแอมเฟตามีนก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของทางการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยที่ 1 จึงอยู่ในสถานะเดียวกับสายลับ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิด จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2205/2554 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายชวลิต ศรีอุดร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - นายชวลิต ศรีอุดร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นวลน้อย ผลทวี · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3172/2526ฎีกา 584-585/2471ฎีกา 2530/2527ฎีกา 4784/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 979/2501ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 667/2471ฎีกา 2207/2532ฎีกา 484/2479ฎีกา 253/2473ฎีกา 3962/2546ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3750/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ