⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10276/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10276/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เอกสารปลอมเพื่อหลอกลวงเจ้าพนักงานให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ถือเป็นกรรมเดียว.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำเอกสารใบลาออกของโจทก์ปลอมไปใช้แจ้งให้ อ. รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารใบอนุญาตต่าง ๆ (ร.12) เป็นหลักฐานว่า อนุญาตให้โจทก์ลาออกจากตำแหน่งครูโรงเรียนนั้น จำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่หลงเชื่อข้อความในเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นว่าถูกต้องแท้จริงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 264, 267, 268 และนับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 641/2549 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550, 546/2550, 542/2550 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 264 วรรคสอง, 267, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานแจ้งความเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายที่มีโทษหนักสุดลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษฐานแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 จำคุก 3 เดือน ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่จำเลยเป็นผู้ปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง แต่กระทงเดียว จำคุก 3 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550 และ 542/2550 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 641/2549 ศาลยังไม่มีคำพิพากษา และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 546/2550 ศาลพิพากษายกฟ้อง จึงมิอาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปลอมเอกสารในใบลาออกของโจทก์และในวันเดียวกันจำเลยนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปแจ้งให้นางสาวอรุณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารใบอนุญาตต่าง ๆ (ร.12) เป็นหลักฐานว่า อนุญาตให้โจทก์ลาออกจากตำแหน่งครูโรงเรียนนรรถยาพิศณุสรณ์นั้น จำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่หลงเชื่อข้อความในเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นว่าถูกต้องแท้จริงนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยเป็น 2 กรรม จึงไม่ชอบ ที่จำเลยฎีกาในข้อสุดท้ายขอให้รอการลงโทษ ได้ความตามหลักฐานท้ายฎีกาซึ่งโจทก์มิได้แก้ฎีกาคัดค้านว่า นอกจากคดีนี้ โจทก์และพวกรวม 5 คน ซึ่งมีข้อพิพาทกับจำเลยในลักษณะเดียวกันทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอื่นอีกหลายคดี สามารถตกลงระงับข้อพิพาทที่มีต่อกันได้ทั้งหมด โดยจำเลยยินยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายและพวกคนละ 250,000 บาท จนเป็นที่พอใจและไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความใด ๆ แก่จำเลยอีกต่อไป อันเป็นการที่จำเลยได้รู้สำนึกในความผิด เมื่อคำนึงถึงอายุซึ่งมากและอาชีพของจำเลยที่มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของชาติมานาน ประกอบกับจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสปรานีรอการลงโทษจำเลยไว้สักครั้งหนึ่งก่อน แต่ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคสอง แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กับให้ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 541/2550 และ 542/2550 ของศาลชั้นต้น เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10276/2555 นางสาวิตรี จันพลโท โจทก์ นางสุภา อินทวิเชียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวิตรี จันพลโท · จำเลย - นางสุภา อินทวิเชียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นางวัลลิกา เนติบันลือฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายณกรณ์ กุลพิโมกข์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4754/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3535/2528ฎีกา 581/2527ฎีกา 7194/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา