⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14762/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14762/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกามีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีใดอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีอำนาจพิจารณาต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า คดีนี้อยู่อำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งมีศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรังเปิดดำเนินการแล้ว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรังเพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปตามนัย มาตรา 13 และ 15 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง และให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.13 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาหนังสือซื้อขายและเพิกถอนการจดทะเบียนโฉนดที่ดินเลขที่ 10310, 29129 และ 29130 ตั้งอยู่ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้โฉนดที่ดินทั้งสามกลับคืนสู่สถานะเดิม หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง วันนัดพร้อมจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลจังหวัดตรัง เพราะเป็นคดีครอบครัวอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 11 ศาลจังหวัดตรังมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปให้ประธานศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ประธานศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวตามคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ ยช 46/2552 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ ให้ยกฟ้อง โดยให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์โดยขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา จำเลยทั้งสองไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอุทธรณ์ก็พอแปลได้ว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา เป็นการอนุญาตให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งมีศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรังเปิดดำเนินการอยู่แล้ว ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรังเพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปตามนัย มาตรา 13 และ 15 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง และให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตรังเพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 14 วรรคสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14762/2555 นางวิ่ง คงบัน โจทก์ นายเปลิบ คงบัน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิ่ง คงบัน · จำเลย - นายเปลิบ คงบัน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · สมชาย พันธุมะโอภาส · กีรติ กาญจนรินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสุพัชร์ จงเพิ่มวัฒนะผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2084/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 753/2543ฎีกา 1679/2542ฎีกา 4073/2549ฎีกา 3424/2543ฎีกา 3400/2548ฎีกา 1146/2543ฎีกา 5307/2554ฎีกา 4578/2539ฎีกา 7430/2543ฎีกา 1210/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา