คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงเรื่องอายุของจำเลยปรากฏขึ้นในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวได้ทำการพิจารณาคดีแล้ว ถือว่าเป็นการโอนคดีไปยังศาลที่มีอำนาจโดยชอบแล้ว
จำเลยที่กระทำความผิดขณะอายุยังไม่เกิน 17 ปี ต้องได้รับโทษที่ลดลงกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอายุ 15 ปีเศษ ในขณะกระทำความผิด อันอยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องอายุของจำเลยมิได้ปรากฏขึ้นในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดา แต่ปรากฏในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และคดีนี้ได้ทำการพิจารณาโดยศาลฎีกาแผนกคดี-เยาวชนและครอบครัว อันถือได้ว่าเป็นการโอนคดีไปยังศาลที่มีอำนาจเพื่อพิจารณา-พิพากษาต่อไป ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี-เยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 15 แล้ว จึงไม่ต้องโอนคดีไปยังศาล-เยาวชนและครอบครัว
จำเลยกระทำความผิดขณะอายุยังไม่เกิน 17 ปี จึงต้องลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 75
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม.15 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายจำรัสหรือแพรว คงเกิด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · สนัด หมายสวัสดิ์ · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายวิเชียร มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิธี อุปปาติก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา