⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1806/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยตัวจำเลยโดยมีเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74(2) นั้น เป็นการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายที่ชอบแล้ว โจทก์จึงไม่อาจฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยได้อีก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอายุ 17 ปี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี 9 เดือนศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังไม่สมควรลงโทษถึงจำคุก พิพากษา แก้ เป็นให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดารับตัวไประวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นอีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ประกอบด้วยมาตรา 74(2) ดังนี้ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นแรก จนเมื่อโจทก์สืบพยานหมดแล้วจึงกลับรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยเป็นเด็กอายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามมาตรา ๗๕จำคุก ๗ ปี ๖ เดือน จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน และรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ว่าไม่ควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หากจะลดก็ควรลดเพียง ๑ ใน ๓ ไม่ควรลดกึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ขอให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาของจำเลยรับตัวไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔, ๗๕ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน และยังไม่สมควรพิพากษาลงโทษถึงจำคุก พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยเป็นเด็กอายุเพียง ๑๗ ปียังไม่รู้สึกผิดชอบดีพอ จึงให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาจำเลยรับตัวไประวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นอีกภายในกำหนด ๓ ปี ถ้าจำเลยก่อเหตุร้ายขึ้นก็ให้บิดามารดาจำเลยชำระเงินต่อศาลครั้งละ ๕๐๐ บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๗๔(๒) นอกจากที่แก้นี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน ขอให้ลงโทษจำเลย และไม่ลดโทษให้จำเลย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน และเห็นว่าคำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาไม่มากนัก พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยเป็นเด็กอายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามมาตรา ๗๕ กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนและรับสารภาพชั้นพิจารณาเมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘คงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๕ ปี นอกจากที่แก้นี้แล้วให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2515 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายบ๊ะ หรือสมบัติ ประดับทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายบ๊ะ หรือสมบัติ ประดับทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · ประสาท สุคนธมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายดุสิต โทบุราณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอนไชยสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 1635/2493ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 996/2536ฎีกา 4276/2534ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 4049/2536ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 4883/2541ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา