⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2841/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2841/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นที่สุด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ฎีกาตามที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 โดยมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยมิชักช้า และภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 16 และมาตรา 19 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด" และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งแล้ว คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ขออนุญาตฎีกาฟัง เพื่อขอให้พิจารณารับฎีกาไว้วินิจฉัยก็ได้" ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดจึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พุทธศักราช 2550 ม.18 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พุทธศักราช 2550 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ, 157/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ถุงพลาสติกและกระเป๋าผ้า ของกลาง กับสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยทั้งสองมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหามีเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนในขณะขับรถ ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนในขณะขับรถส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพทุกข้อหา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2) (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสอง และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับจำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ในความผิดฐานที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพคนละกึ่งหนึ่งและลดโทษให้จำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 สำหรับจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถ คงจำคุก 4 เดือน ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 37 ปี 6 เดือน และปรับ 2,250,000 บาท รวมจำคุก 37 ปี 16 เดือน และปรับ 2,250,000 บาท จำเลยที่ 2 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถ คงจำคุก 4 เดือน ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 25 ปี และปรับ 1,500,000 บาท รวมจำคุก 25 ปี 4 เดือน และปรับ 1,500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติก กระเป๋าผ้าและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางกับให้พักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยทั้งสองมีกำหนด 6 เดือน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 โดยมาตรา 18 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า "ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยมิชักช้า และภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 16 และมาตรา 19 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด" และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งแล้ว คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ขออนุญาตฎีกาฟัง เพื่อขอให้พิจารณารับฎีกาไว้วินิจฉัยก็ได้" ดังนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดจึงเป็นที่สุดตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาต้องยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้รับฎีกาและมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษายกคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นและมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2841/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายวีระศักดิ์หรือศักดิ์ ศรีบานเย็น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายวีระศักดิ์หรือศักดิ์ ศรีบานเย็น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิรัตน์ ลัดพลี · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวัชระ จิรัฐติเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสรัตน์ เพียรอนุกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5687/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2176/2543ฎีกา 16243/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1069/2547ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3555/2547ฎีกา 4105/2541ฎีกา 5632/2551ฎีกา 15227/2553ฎีกา 15397/2553ฎีกา 6553/2547ฎีกา 199/2547ฎีกา 4970/2538ฎีกา 3322/2548ฎีกา 215/2556ฎีกา 12696/2553ฎีกา 2842/2537ฎีกา 5253/2549ฎีกา 2304/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา