⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8896/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8896/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกอายุความขึ้นต่อสู้คดี ถือเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลต้องวินิจฉัย และศาลมีหน้าที่ยกบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องขึ้นปรับแก่คดี.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนดเวลา 2 ปี (มิใช่ 1 ปี) นับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 อันเป็นวันเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่เมื่อตามคำฟ้องและข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ถือได้ว่าจำเลยได้ยกอายุความเรื่องละเมิดตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง ขึ้นต่อสู้แล้ว ประกอบกับศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คดีย่อมมีประเด็นอายุความเรื่องละเมิด ศาลก็ต้องยกอายุความเรื่องละเมิดขึ้นปรับแก่คดี เพราะการจะปรับบทมาตราใดเป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.882

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 84,037.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 81,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาประเด็นข้อพิพาทที่เหลืออีกสองข้อตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นคำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนด 2 ปี และศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนด 1 ปี แล้วพิพากษายกฟ้องจึงเป็นการชอบแล้วนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 สิทธิของโจทก์จึงต้องถูกจำกัดไม่เกินสิทธิทั้งหลายที่ผู้เอาประกันภัยมีอยู่ โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนดเวลา 2 ปี มิใช่ 1 ปี นับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 อันเป็นวันเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่เมื่อตามคำฟ้องและข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ถือได้ว่าจำเลยได้ยกอายุความเรื่องละเมิดตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง ขึ้นต่อสู้แล้ว ประกอบกับศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คดีย่อมมีประเด็นอายุความเรื่องละเมิด ศาลก็ต้องยกอายุความเรื่องละเมิดขึ้นปรับแก่คดี เพราะการจะปรับบทมาตราใดเป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นอายุความเรื่องละเมิด แต่เป็นกรณีที่จำเลยยกอายุความเรื่องประกันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 ซึ่งเป็นอายุความเรียกให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนในกำหนด 2 ปี ขึ้นต่อสู้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และเพื่อมิให้คดีล่าช้า ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหานี้ไปเสียทีเดียว ไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยใหม่ เห็นว่า จำเลยรับราชการเป็นเกษตรอำเภอที่สำนักงานเกษตรอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เหตุรถชนกันเกิดที่อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร หลังเกิดเหตุพนักงานของโจทก์ได้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ พันตำรวจตรีจำลอง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรไทรงาม เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า หลังเกิดเหตุไม่เกิน 1 เดือน คู่กรณีมาพบภริยาจำเลยตกลงกันว่าฝ่ายจำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายให้ นายสัมพันธ์ พนักงานของโจทก์ ตำแหน่งหัวหน้าสินไหมรถยนต์ เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ทราบว่าพนักงานสอบสวนนัดคู่กรณีที่เกี่ยวข้องมาเจรจาตกลงกันครั้งหนึ่ง และนายเสนีย์ พนักงานฝ่ายกฎหมายของโจทก์เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า โจทก์รู้มาตั้งแต่ต้นว่าจำเลยรับราชการเป็นเกษตรอำเภอลานกระบือ แต่ไม่รู้ชื่อที่ถูกต้องที่แท้จริง ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวรับฟังได้ว่า โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ ๆ แล้ว เมื่อเกิดเหตุทำละเมิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2542 นับถึงวันฟ้องคดีนี้คือวันที่ 17 มิถุนายน 2545 จึงพ้น 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8896/2555 บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประยงค์ แว่นทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายประยงค์ แว่นทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ดุลพินิจธรรมา · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายพิษณุ สอนง่าย · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายจรูญ ชีวิตโสภณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพณ.199/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4300/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา