⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9162/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9162/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงใด การวินิจฉัยของศาลย่อมต้องจำกัดอยู่เพียงประเด็นข้อพิพาทนั้นเท่านั้น การอุทธรณ์ที่ยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องและประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายหรือไม่ ก็มีความหมายเพียงว่าลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจดูบัตรจอดรถที่ออกให้แก่ ช. ซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันนั้นไปเท่านั้น มิได้มีความหมายรวมถึงเหตุที่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหาย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถที่โจทก์มิได้อ้างเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามฟ้องแต่อย่างใดไม่ และแม้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจะมีการสืบพยานกล่าวอ้างถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาทอันเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องของโจทก์ จึงถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ลว 7811 กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ หรือร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ นอกจากนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยทั้งสองดังกล่าวคงมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า ลูกจ้างของจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการไม่ตรวจดูบัตรจอดรถเป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องเหตุที่รถยนต์คันดังกล่าวสูญหายเพราะจำเลยที่ 2 ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถแต่อย่างใด แม้โจทก์จะฎีกาอ้างว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นนายจ้างหรือตัวการจ้าง วาน ใช้หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสองให้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน ตลอดทั้งหน้าที่ตรวจตราดูแลรถยนต์ที่เข้าออกภายในห้างสรรพสินค้าตะวันออกคอมเพล็กซ์ เพื่อมิให้ทรัพย์สินหรือรถยนต์ของผู้ที่มาซื้อสินค้าในห้างดังกล่าวต้องสูญหาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนจำเลยทั้งสอง ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบทั่วไปของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ส่วนการที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายหรือไม่ ก็มีความหมายเพียงว่าลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจดูบัตรจอดรถที่ออกให้แก่นายชำนาญซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันนั้นไปเท่านั้น มิได้มีความหมายรวมถึงเหตุที่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหาย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถที่โจทก์มิได้อ้างเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามฟ้องแต่อย่างใดไม่ และแม้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจะมีการสืบพยานกล่าวอ้างถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาทอันเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องของโจทก์ จึงถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมา แล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์และพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก็ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ 410,000 บาท แต่โจทก์ฎีกาเพียงว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่เท่านั้น อันเป็นฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 (ก) ท้ายประมวลกฎหมายฺวิธีพิจารณาความแพ่ง (เดิม) จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9162/2555 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัทประพนธ์เจริญรุ่งเรือง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัทประพนธ์เจริญรุ่งเรือง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระพล ตั้งสุวรรณ · สุนทร ทรงฤกษ์ · วันทนี กีรติพิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายประเสริฐ ตั้งสถาพรพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.706/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2893/2540ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4976/2536ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 367/2568ฎีกา 22/2511ฎีกา 3131/2543ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2328/2533ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 4041/2542ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3452/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา