⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16243/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16243/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค เว้นแต่จะแสดงชัดเจนว่ากระทำการแทนบุคคลอื่น

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง บุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค และบุคคลผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คจะปฏิเสธความรับผิดตามเนื้อความในเช็คได้ก็ต่อเมื่อกระทำแทนบุคคลอื่นและเขียนแถลงว่ากระทำการแทนบุคคลอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 901 การที่เช็คพิพาทมีลายมือชื่อของจำเลยทั้งสามเป็นผู้สั่งจ่ายโดยมีชื่อกองทุนสวัสดิการฯ ไว้ แต่ไม่ได้เขียนข้อความให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำการแทนกองทุนสวัสดิการฯ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามสั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนกองทุนสวัสดิการฯ จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.901

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 70,991.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 70,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 6,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า จำเลยทั้งสามต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาเฉพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาจึงต้องถือข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 แม้ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยมารับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ในฐานะตัวแทนของกองทุนสวัสดิการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ดังที่จำเลยทั้งสามอ้างก็ตาม แต่ในเรื่องตั๋วเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้บุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค และบุคคลผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คจะปฏิเสธความรับผิดตามเนื้อความในเช็คได้ ก็ต่อเมื่อกระทำแทนบุคคลอื่นและเขียนแถลงว่ากระทำการแทนบุคคลอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 901 การที่เช็คพิพาทมีลายมือชื่อของจำเลยทั้งสามเป็นผู้สั่งจ่าย โดยมีชื่อกองทุนสวัสดิการฯ ไว้ แต่ไม่ได้เขียนข้อความให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำการแทนกองทุนสวัสดิการฯ เช่นนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามสั่งจ่ายเช็คพิพาทแทนกองทุนสวัสดิการฯ ตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาท คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16243/2556 นางสีมาลา ฤทธิ์ประดับ โจทก์ นายปิยะ เจนสมุทร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสีมาลา ฤทธิ์ประดับ · จำเลย - นายปิยะ เจนสมุทร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว · พิศิฏฐ์ สุดลาภา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุพรรณบุรี - นายจรัสพงศ์ จักขุทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพีรศักดิ์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3784/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 351/2525ฎีกา 1758/2542ฎีกา 2159/2542ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 8296/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 170/2547ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1121/2533ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4282/2536ฎีกา 250/2541ฎีกา 5645/2544ฎีกา 265/2526ฎีกา 915/2540ฎีกา 2690/2523ฎีกา 908/2534ฎีกา 1004/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา