⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 20106/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20106/2556

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงข้อความหรือการกระทำใดๆ ที่เป็นการตอบโต้หรือป้องกันส่วนได้เสียของตนเองโดยสุจริตตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด โจทก์เคยเป็นประธานทอดกฐิน โจทก์ จำเลย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดและกรรมการของวัดขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัดแยกออกเป็นหลายฝ่าย และกล่าวหาอีกฝ่ายยักยอกเงินของวัดจนมีการฟ้องคดีต่อศาล โจทก์เขียนข้อความกล่าวหาจำเลยว่าเคยบวชพระและมีประวัติเป็นอลัชชียักยอกเงินของวัด ไม่มีความละอายต่อบาป และเขียนป้ายประกาศติดไว้ที่หน้าวัดห้ามจำเลยเข้าบริเวณวัดและจำเลยยักยอกเงินของวัด ซึ่งเป็นการกล่าวหาว่าจำเลยเป็นคนโกง เป็นคนไม่ดี การที่จำเลยเขียนหนังสือ และแจกจ่ายหนังสือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดเป็นทำนองตอบโต้โจทก์ เนื่องจากจำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด และได้รับผลกระทบทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง การแสดงข้อความของจำเลยเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมที่จะป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้เขียนหนังสือชื่อ "ในเงื้อมมือมาร" ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันพุทธธรรม เมืองชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2548 โดยจำเลยเขียนข้อความในหน้า 170 ว่า "คุณแววดามีปัญหาทางจิตอย่างแน่นอน" หน้า 246 ว่า "คุณแววดาเขียนจดหมายร่วม 10 หน้า ส่งแฟกซ์กระจายความคิดชั่วช้าออกไป เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2548 เนื้อความในจดหมายเต็มไปด้วยความเท็จสกปรกโสมม ส่อนิสัยสันดานอันต่ำทรามและความโง่เง่า โดยเจตนาดุจเดียวกับสามี "ช่างทาสี"..." "คงยากที่จะหาใครซึ่งสามารถมีความคิดอันต่ำทรามเช่นนี้ได้ นอกจากผู้ที่วิปริตผิดปกติจนถึงที่สุดแล้วเท่านั้น ในวันที่พวกเรานำคุณศุภพรไปวัดเพื่อกราบลาพระประธาน คุณแววดายังตามไปอาละวาดและแสดงอาการวิปริตที่วัดอีก" ในหน้า 247 "ร่วมมือกับพระวันศักดิ์นำพาวัดไปสู่หายนะแล้วไม่สำนึก คนที่อยากเข้ามาบริหารวัดและคุมการเงินก็เห็นมีแต่พวกคุณแววดาและคุณมลทิพย์เท่านั้น... การใส่ร้ายป้ายสีเป็นความชำนาญเฉพาะด้านสำหรับคุณแววดา" ในหน้า 248 "พัฒนาการทางด้านจิตใจของคุณแววดานับว่ายังต่ำอยู่มาก เป็น "บัวใต้โคนโดนหินทับขนานแท้และดั้งเดิมยากที่จะประสบสิ่งเป็นสาระแก่นสารในชีวิตได้" ในหน้า 256 "พฤติกรรมที่คุณแววดาแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน ทำให้ผู้คนตั้งฉายาบุคคลพิเศษนี้อย่างหลากหลาย หลังการประชุมในโบสถ์วัดพุทธธารา วันที่ 18 ธันวาคม 2548 บางคนเรียกเธอว่า "นางงิ้ววิกลจริต" หรือ "นางงิ้วหลงโรง..." ซึ่งชื่อแววดาหมายถึงโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์เคยเป็นประธานทอดกฐิน ปี 2547 และปี 2548 ต่อมาโจทก์ จำเลย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดและกรรมการของวัดพุทธธรรมขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัด แยกออกเป็นหลายฝ่ายและกล่าวหาอีกฝ่ายยักยอกเงินของวัดจนมีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลยุติธรรมมลรัฐอิลลินอยส์ โจทก์เขียนข้อความกล่าวหาจำเลยสรุปได้ว่า จำเลยเป็นคนที่เคยบวชพระและมีประวัติเป็นอลัชชี ยักยอกเงินของวัดไม่มีความละอายต่อบาป และเขียนป้ายประกาศภาษาอังกฤษติดไว้ที่หน้าวัดพุทธธรรม มีข้อความห้ามจำเลยเข้าไปในบริเวณวัด และจำเลยยักยอกเงินของวัด ซึ่งเป็นการกล่าวหาว่าจำเลยเป็นคนโกง เป็นคนไม่ดี ดังนั้น การที่จำเลยเขียนหนังสือและแจกจ่ายหนังสือดังกล่าวก็เนื่องจากจำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรมและได้รับผลกระทบทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง การแสดงข้อความของจำเลยเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมของจำเลยที่จะป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ฎีกาจำเลยฟังขึ้น ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้น ไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20106/2556 นางอวยพรหรือวรรณดา สตางค์มงคล โจทก์ นายสุนทร พลามินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอวยพรหรือวรรณดา สตางค์มงคล · จำเลย - นายสุนทร พลามินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสหรัฐ สิริวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แทนเดช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2543/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 72/2525ฎีกา 6661/2537ฎีกา 2560/2544ฎีกา 1337/2524ฎีกา 1199/2557ฎีกา 782/2524ฎีกา 1920/2531ฎีกา 507/2539ฎีกา 4249/2542ฎีกา 2972-2973/2529ฎีกา 530/2515ฎีกา 3957/2529ฎีกา 4459/2551ฎีกา 5796/2567ฎีกา 1351/2567ฎีกา 3252/2543ฎีกา 3073/2523ฎีกา 770/2467ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 772/2469ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 7788/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา