⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7174/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7174/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่หลายครั้งไม่ถือเป็นการร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ หากคำร้องครั้งหลังได้แก้ไขข้อบกพร่องของคำร้องครั้งแรกให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในครั้งแรกมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอไปแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นครั้งที่สองโดยบรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ ป.วิ.พ. มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา กำหนดไว้ จึงไม่เป็นการร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 หรือ มาตรา 144

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสอง 25,604,589.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 17,250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะคืนเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองจนครบถ้วน และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องไม่ได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และเหตุที่จำเลยขาดนัดพิจารณานั้นเป็นความบกพร่องของจำเลยเอง ไม่มีเหตุสมควร ให้ยกคำร้อง วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ครั้งหนึ่งแล้วในวันที่ 24 กันยายน 2552 และศาลมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่อีก จึงเป็นการยื่นคำร้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ฉบับที่สองเป็นการยื่นคำร้องซ้ำหรือไม่ เห็นว่า จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณาได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในครั้งแรก แต่มิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอไปแล้ว แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งครั้งนี้ จำเลยได้บรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา กำหนดไว้ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้องขอฉบับแรกไปแล้ว แต่การยกคำร้องขอดังกล่าว ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นตามคำร้องขอแต่อย่างใด เมื่อคำร้องขอฉบับที่สองได้บรรยายมาครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งยื่นเข้ามาภายในกำหนดเวลา คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ฉบับที่สองของจำเลย จึงไม่เป็นการร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 หรือมาตรา 144 ตามลำดับ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7174/2556 นายสุรชาติ หวังศรีประเสริฐ กับพวก โจทก์ นายสถิต หลำไหมหรือนายเรืองทรัพย์ ไพบูลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรชาติ หวังศรีประเสริฐ กับพวก · จำเลย - นายสถิต หลำไหมหรือนายเรืองทรัพย์ ไพบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิวรรต นิ่มละมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประหยัด มีมงคล · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1031/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 7631/2552ฎีกา 746/2533ฎีกา 89/2502ฎีกา 2002/2511ฎีกา 459/2546ฎีกา 7600/2544ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 8771/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา