⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12652/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12652/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยอมรับเงินและถอนฟ้องคดีที่ถูกเลิกจ้างโดยอ้างเหตุทุจริตต่อหน้าที่ ถือว่าคำสั่งเลิกจ้างยังมีผลอยู่ ทำให้โจทก์ขาดคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามโครงการที่กำหนดให้เฉพาะกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด

ย่อคำพิพากษา

ในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอน โจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ม.69 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ม.71

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดสรรหลักทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ซื้อตามโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ หากไม่ดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน503,507.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2549 สาเหตุที่ออกเนื่องจากจำเลยที่ 2 มีคำสั่งเลิกจ้างอ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์ โจทก์ถอนฟ้องโดยระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินใดๆ จากจำเลยอีก ขณะเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานในเครือไออาร์พีซี ซึ่งรวมถึงอดีตพนักงานที่เป็นลูกจ้างตามกฎหมายของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือ โดยอดีตพนักงานที่จะได้รับการจัดสรรต้องพ้นจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุเกษียณอายุตามระเบียบบริษัท มีการโอนย้ายเนื่องจากคำสั่งของบริษัทเสียชีวิต หมดสัญญาจ้าง กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนต้องออกจากงาน บริษัทอนุญาตให้ลาออกโดยสมัครใจ โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 2.88 บาท ราคาของหุ้น ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 มีราคาสูงสุด 1.96 บาท และต่ำสุด 1.93 บาท แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาโครงการที่จำเลยที่ 1 กำหนดเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานเป็นลักษณะสวัสดิการที่จำเลยทั้งสองมอบให้แก่พนักงานด้วยความสมัครใจไม่ได้เกิดขึ้นโดยกฎหมายบังคับหรือข้อสัญญาใด ๆ จำเลยทั้งสองย่อมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการผู้มีสิทธิได้รับการจัดสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งอดีตพนักงานต้องเป็นไปตามที่จำเลยทั้งสองกำหนด หากถูกเลิกจ้างจะต้องถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด กรณีของโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่ากระทำความผิดร้ายแรง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้อง คำสั่งเลิกจ้างจึงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกลบล้างหรือเพิกถอน โจทก์จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอนโจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12652/2557 นายสุทธิพงษ์ รักษ์มณี โจทก์ บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุทธิพงษ์ รักษ์มณี · จำเลย - บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · บูรณ์ ฐาปนดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายพิสัณห์ ชมภูพล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.790/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 685/2512ฎีกา 1611/2512ฎีกา 1875/2566ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 127/2531ฎีกา 955/2536ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2839/2527ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 4211/2534ฎีกา 1986/2541ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542ฎีกา 2579/2531ฎีกา 7084-7289/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา