⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14778/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14778/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขนส่งบุคคลเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง แม้ผู้กระทำจะได้รับเงินเดือนจากบริษัท แต่หากได้รับค่าตอบแทนอื่นในการขนส่งนั้นด้วย ถือเป็นการประกอบการขนส่งโดยไม่ประจำทาง และต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำรถยนต์ตู้โดยสารซึ่งจดทะเบียนในประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ซึ่งไม่ใช่รถของบริษัทหรือรถที่ใช้ในกิจการของบริษัทที่ตนเป็นลูกจ้างบรรทุกคนต่างด้าวจำนวน 13 คน จากอำเภอเมืองสมุทรสาครไปส่งยังจังหวัดระนองและรับกลับมาส่งยังอำเภอเมืองสมุทรสาคร แม้คนต่างด้าวจะเป็นลูกค้าของบริษัทแต่ก็ต้องเสียค่าโดยสาร ถือได้ว่าเป็นการขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง แม้จำเลยจะได้รับเงินเดือนจากบริษัท แต่จำเลยก็เบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า ในการเดินทางแต่ละเที่ยวจำเลยจะได้รับค่าอาหาร 200 บาท และในชั้นจับกุมจำเลยรับว่าจำเลยรับจ้างขนส่งแรงงานต่างด้าวเพื่อไปพิสูจน์สัญชาติยังจังหวัดระนอง และกำลังเดินทางกลับตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ. 1 ส่วนในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เป็นผู้ขับรถยนต์พาคนต่างด้าวเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติที่จังหวัดระนอง จำนวน 13 คน ได้ค่าจ้างขับรถ ค่าน้ำมันและค่าก๊าซจำนวน 2,500 บาท ฟังได้ว่าจำเลยได้รับค่าจ้างในการขับรถดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบการขนส่งโดยไม่ประจำทางแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางจากนายทะเบียน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.23 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.126

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 23, 126 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 126 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นคนดี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยขับรถยนต์ตู้ซึ่งใช้ในกิจการของบริษัทเอ.ไอ.เค.อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ขนส่งคนต่างด้าวเพื่อพิสูจน์สัญชาติอันเป็นวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งเป็นการกระทำไปในทางการที่จ้างตามที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างโดยจำเลยมิได้เรียกเก็บค่าโดยสารเพื่อเป็นค่าตอบแทนส่วนตนโดยเฉพาะ แม้ว่าจำเลยได้รับเงินเดือนในตำแหน่งพนักงานขับรถจากบริษัทก็เป็นเพียงค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ ซึ่งถือว่าเป็นค่าจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่ถือว่าเป็นการขนส่งเพื่อสินจ้างตามความหมายของพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเป็นพนักงานขับรถของบริษัทเอ.ไอ.เค. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด โจทก์มิได้แก้อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงดังกล่าว การที่โจทก์ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวชั้นฎีกา ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย การที่จำเลยนำรถยนต์ตู้โดยสารซึ่งจดทะเบียนในประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ซึ่งไม่ใช่รถของบริษัทหรือรถที่ใช้ในกิจการของบริษัทที่ตนเป็นลูกจ้างบรรทุกคนต่างด้าวจำนวน 13 คน จากอำเภอเมืองสมุทรสาคร ไปส่งยังจังหวัดระนองและรับกลับมาส่งยังอำเภอเมืองสมุทรสาคร แม้คนต่างด้าวจะเป็นลูกค้าของบริษัท แต่ก็ต้องเสียค่าโดยสาร ถือได้ว่าเป็นการขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง แม้จำเลยจะได้รับเงินเดือนจากบริษัท แต่จำเลยก็เบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า ในการเดินทางแต่ละเที่ยว จำเลยจะได้รับค่าอาหาร 200 บาท และในชั้นจับกุม จำเลยรับว่าจำเลยรับจ้างขนส่งแรงงานต่างด้าวเพื่อไปพิสูจน์สัญชาติยังจังหวัดระนอง และกำลังเดินทางกลับตามบันทึกการจับกุม ส่วนในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เป็นผู้ขับรถยนต์พาคนต่างด้าวเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติที่จังหวัดระนอง จำนวน 13 คน ได้ค่าจ้างขับรถ ค่าน้ำมันและค่าก๊าซ จำนวน 2,500 บาท ฟังได้ว่าจำเลยได้รับค่าจ้างในการขับรถดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบการขนส่งโดยไม่ประจำทางแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางจากนายทะเบียน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14778/2557 พนักงานอัยการจังหวัดระนอง โจทก์ นายนิพนธ์หรือแป๊ะ แสงเครือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระนอง · จำเลย - นายนิพนธ์หรือแป๊ะ แสงเครือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปริญญา ดีผดุง · นิพันธ์ ช่วยสกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายเกรียงศักดิ์ ปานศิลา · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายก่อเกียรติ สุพลพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2774/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1352/2526ฎีกา 2834/2525ฎีกา 2945/2524ฎีกา 2999/2525ฎีกา 859/2525ฎีกา 3480/2530ฎีกา 3271/2533ฎีกา 3852/2534ฎีกา 2969/2524ฎีกา 944/2532ฎีกา 1519/2531ฎีกา 658/2551ฎีกา 2881/2529ฎีกา 1346/2533ฎีกา 2432/2530ฎีกา 4035/2536ฎีกา 2406/2535ฎีกา 1462/2532ฎีกา 241/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา