⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4035/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4035/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำรถยนต์รับจ้างที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คนมาประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หากรถยนต์ดังกล่าวเข้าข่ายได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย แต่หากการกระทำนั้นเป็นการใช้รถยนต์อื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทางรับจ้างคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในทางที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำรถยนต์รับจ้างที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คนมาประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 5(2) ยกเว้นมิให้นำพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่งและมาตรา 126 แต่ที่จำเลยนำรถยนต์ดังกล่าวรับส่งคนโดยสารระหว่างตลาดนาโยงกับอำเภอเมืองตรัง ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของเส้นทางเดินรถประจำทางของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางสายตรัง-เขาช่อง โดยเก็บค่าโดยสารคนละ 5 บาท จึงเป็นกรณีที่ใช้รถยนต์อื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทางรับจ้างคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในทางที่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 22 วรรคหนึ่งหาจำต้องเป็นการรับส่งเฉพาะคนโดยสารตามรายทางระหว่างที่จำเลยขับรถส่งคนโดยสารไม่ เพราะการรับส่งคนโดยสารของจำเลยอยู่ในเขตรายทางเส้นทางเดินรถของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.5 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.23 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.126 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบการขนส่งโดยสารประจำทาง โดยใช้รถยนต์เก๋งซึ่งมิใช่รถยนต์โดยสารประจำทางมารับจ้างรับคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในเส้นทางระหว่างตรัง-เขาช่อง ถนนเพชรเกษม ที่คณะกรรมการกำหนดให้มีรถยนต์โดยสารประจำทางอื่นอยู่แล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนทั้งนี้มิใช่เป็นการรับจ้างรับส่งนักเรียน คนงาน นักท่องเที่ยวเป็นครั้งคราว เหตุเกิดที่ตำบลนาโยงเหนือ กิ่งอำเภอนาโยง และตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 17,23, 126 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 22, 60พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2527 มาตรา 7 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 126พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 22 วรรคหนึ่ง, 60 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 126 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาทข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือนและปรับ 15,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันและเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้ใช้รถเก๋งคันหมายเลขทะเบียนภูเก็ต ร-0010 ขับรับจ้างรับส่งคนโดยสารระหว่างตลาดนาโยงกับอำเภอเมืองตรัง โดยทับเส้นทางเดินรถของสหกรณ์รถยนต์โดยสารตรังจำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางสายตรัง-เขาช่อง ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำความผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากนายบำเพ็ญ โรจพกฤตยากรณ์นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกและพระราชบัญญัติรถยนต์ประจำจังหวัดตรังว่า รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ร-0010 ภูเก็ตเป็นรถประเภทสาธารณะสามารถนำมารับจ้างในจังหวัดตรังได้ และเป็นรถที่นั่งได้ไม่เกิน 7 คน ซึ่งรถดังกล่าวพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 5(2) ยกเว้นมิให้นำพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ ดังนั้นการที่จำเลยนำรถยนต์รับจ้างที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน7 คน มาประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง, 126สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรับส่งคนโดยสารระหว่างตลาดนาโยงกับอำเภอเมืองตรังโดยเก็บค่าโดยสารคนละ 5 บาท ทับเส้นทางเดินรถของสหกรณ์รถยนต์โดยสารตรัง จำกัด ดังนั้นเส้นทางที่จำเลยรับส่งคนโดยสารจึงเป็นช่วงหนึ่งของเส้นทางเดินรถประจำทางของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางสายตรัง-เขาช่อง นั่นเอง จึงเป็นกรณีที่ใช้รถยนต์อื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทางรับจ้างคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในทางที่ได้รับอนุญาตให้มีรถยนต์โดยสารประจำทาง อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ที่โจทก์ฟ้องหาจำต้องเป็นการรับส่งเฉพาะคนโดยสารตามรายทางระหว่างที่จำเลยขับรถส่งคนโดยสารไม่ เพราะการรับส่งคนโดยสารของจำเลยอยู่ในเขตรายทางเส้นทางเดินรถของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งดังกล่าวแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 มาตรา 22 วรรคหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 มาตรา 22 วรรคหนึ่ง, 60 ลงโทษปรับ 2,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4035/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง โจทก์ นาย มา นิจ หนู เหมือน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง · จำเลย - นาย มา นิจ หนู เหมือน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1352/2526ฎีกา 2834/2525ฎีกา 3549/2551ฎีกา 2945/2524ฎีกา 2999/2525ฎีกา 859/2525ฎีกา 3480/2530ฎีกา 3271/2533ฎีกา 3852/2534ฎีกา 14778/2557ฎีกา 2969/2524ฎีกา 944/2532ฎีกา 1519/2531ฎีกา 658/2551ฎีกา 2881/2529ฎีกา 1346/2533ฎีกา 5183/2537ฎีกา 2432/2530ฎีกา 500/2539ฎีกา 2406/2535ฎีกา 1462/2532ฎีกา 241/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา