⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6010/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6010/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นิติบุคคลอาคารชุดจะต้องออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่ผู้ซื้ออาคารชุดจากการขายทอดตลาด ถือเป็นการกระทำที่นิติบุคคลอาคารชุดต้องกระทำเพื่อให้มีผลในการก่อสิทธิในการจดทะเบียนสิทธิในห้องชุด ซึ่งหากนิติบุคคลอาคารชุดไม่ดำเนินการ ผู้ซื้ออาจขอให้ศาลบังคับตามมาตรา 213 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้ออาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์จากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี เมื่อจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ย่อมต้องมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้คราวที่สุดจากจำเลยมาแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 29 วรรคสอง ซึ่งหากไม่มีหนังสือรับรองการปลอดหนี้จากจำเลยมาแสดงโจทก์ย่อมไม่อาจที่จะดำเนินการเพื่อการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาเป็นของโจทก์ได้ เช่นนี้การที่จำเลยจะต้องออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่โจทก์ จึงถือเป็นการใด ๆ ซึ่งจำเลยต้องกระทำเพื่อให้มีผลที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิในการจดทะเบียนสิทธิในห้องชุด อันเป็นการทำนิติกรรมฝ่ายเดียวตาม ป.พ.พ. มาตรา 149 แล้ว เมื่อจำเลยไม่ยอมออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้และโจทก์ได้ฟ้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้จำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่โจทก์ หากจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการ จึงชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยตามคำขอของโจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 213

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.149 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ ดำเนินการให้บริการสาธารณูปโภคและส่งมอบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยออกหนังสือรับรองรายการปลอดหนี้ ดำเนินการต่อมิเตอร์น้ำประปา โทรศัพท์ และส่งมอบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์(คีย์การ์ด) ห้องชุดดังกล่าวให้โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตแต่การที่จำเลยรับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีหน้าที่จัดการดูแลอาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 9956 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ซื้อห้องชุดเลขที่ 1306 ชั้น 13 อาคารเลขที่ 21/11 อาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์ จากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้เนื่องจากจำเลยเพิกเฉยไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้คราวที่สุดให้แก่โจทก์ พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าศาลชั้นต้นยกคำขอที่ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยในการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ซื้ออาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์จากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี เมื่อจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ย่อมต้องมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้คราวที่สุดจากจำเลยมาแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 มาตรา 29 วรรคสอง ซึ่งหากไม่มีหนังสือรับรองการปลอดหนี้จากจำเลยมาแสดงโจทก์ย่อมไม่อาจที่จะดำเนินการเพื่อการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาเป็นของโจทก์ได้ เช่นนี้การที่จำเลยจะต้องออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่โจทก์ จึงถือเป็นการใด ๆ ซึ่งจำเลยต้องกระทำเพื่อให้มีผลที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิในการจดทะเบียนสิทธิในห้องชุด อันเป็นการทำนิติกรรมฝ่ายเดียว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 แล้ว เมื่อจำเลยไม่ยอมออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้และโจทก์ได้ฟ้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้จำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้แก่โจทก์ หากจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการ จึงชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยตามคำขอของโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นยกคำขอดังกล่าวของโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยเพิกเฉยไม่ออกหนังสือรับรองรายการปลอดหนี้แก่โจทก์ ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6010/2557 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ · จำเลย - นิติบุคคลอาคารชุดเชียงใหม่ทาวเวอร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน · ประมวญ รักศิลธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสุรศักดิ์ ชูผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.710/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8429/2538ฎีกา 1431/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1345/2532ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2701/2537ฎีกา 6789/2541ฎีกา 15009/2558ฎีกา 8810/2543ฎีกา 15668/2558ฎีกา 181/2512ฎีกา 6239/2551ฎีกา 213/2523ฎีกา 2009/2515ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2159/2535ฎีกา 1145/2495ฎีกา 3886/2566ฎีกา 1084/2511ฎีกา 7727/2540ฎีกา 1456/2539ฎีกา 247/2548ฎีกา 5248/2534ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา