คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงให้ทรัพย์สินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่สมบูรณ์ แม้เช่าเกินกว่า 3 ปีโดยไม่จดทะเบียน ก็มีผลบังคับตามสัญญา
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยให้โจทก์เช่าที่ดินสร้างอาคารโดยมีข้อตกลงกันว่า จำเลยต้องให้โจทก์เช่าที่ดินตามกำหนดระยะเวลาหนึ่ง แล้วโจทก์จะให้อาคารพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยผู้ให้เช่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา แม้เช่าเกินกว่า 3 ปีโดยไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานก็มีผลบังคับ ไม่ใช่ต้องลดเหลือ 3 ปี หรือถือว่าเช่าโดยไม่กำหนดระยะเวลา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินของจำเลยก่อสร้างอาคารพิพาทและยกให้จำเลย โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องให้โจทก์เช่า ๒๐ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์เช่าได้เพียง ๑๐ ปี จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เช่าต่อ ขอให้บังคับให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าอาคารพิพาทขนาด ๓ คูหา เลขที่ ๓๕/๗ ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๑๐ ปี หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การว่า เมื่อปี ๒๕๒๗ โจทก์ขอเช่าที่ดินของจำเลยโดยไม่ได้ทำสัญญาเช่าและกำหนดเวลาเช่า ต่อมาโจทก์สร้างอาคารโรงรถเลขที่ ๓๕/๗ ไม่ใช่อาคารพาณิชย์ โดยมีข้อตกลงว่าหากจำเลยไม่ให้โจทก์เช่าที่ดินต่อไปอีกให้อาคารพิพาทเป็นของจำเลยแต่ให้โจทก์มีสิทธิเช่า ๓ ปี นับแต่อาคารพิพาทได้ก่อสร้างเสร็จ เมื่อครบกำหนดในปี ๒๕๓๑ โจทก์ขอเช่าที่ดินต่ออีก ๒ ครั้ง รวมเวลา ๖ ปี ครั้นครบกำหนดการเช่าครั้งสุดท้าย โจทก์ขอเช่าที่ดินต่ออีก แต่จำเลยไม่ให้เช่าและได้ให้บุคคลภายนอกเช่า ทำให้โจทก์ไม่พอใจ หาเหตุฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าอาคารเลขที่ ๓๕/๗ ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๑๐ ปี หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า สัญญาเช่ารายพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยให้โจทก์เช่าที่ดินสร้างอาคารโดยมีข้อตกลงกันว่า จำเลยต้องให้โจทก์เช่าที่ดินตามกำหนดระยะเวลาหนึ่งแล้วโจทก์จะให้อาคารพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยผู้ให้เช่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา แม้เช่าเกินกว่า ๓ ปีโดยไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานก็มีผลบังคับไม่ใช่ต้องลดเหลือ ๓ ปี หรือถือว่าเช่าโดยไม่กำหนดระยะเวลา ส่วนปัญหาตามฎีกาว่าเช่ากี่ปี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสัญญาเช่ารายพิพาทมีกำหนด ๒๐ ปี
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2542
นางพัชรี ภาคอุดมหรือไตรบัญญัติกุล โจทก์
นายเนื่องพณิช สินชัยศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพัชรี ภาคอุดมหรือไตรบัญญัติกุล · จำเลย - นายเนื่องพณิช สินชัยศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สายันต์ สุรสมภพ · ผล อนุวัตรนิติการ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางสาวสุวรรณา แก้วบุตตา · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิบูลย์ นนทสูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา