⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3341/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3341/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อโจทก์มีสิทธิขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่โจทก์ได้ ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาให้บังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องที่เพิ่มเติมใหม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

เดิมฟ้องโจทก์มีคำขอให้บังคับจำเลยถอนการระงับการย้ายโทรศัพท์หมายเลจพิพาท ต่อมาโจทก์ขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยจัดการโอนโทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว ดังนี้เมื่อคดีฟังได้ตามฟ้องโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอเดิมของโจทก์จึงไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขโดยให้บังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องที่เพิ่มเติมใหม่เพื่อให้ถูกต้องได้ จำเลยขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของจำเลยให้แก่โจทก์และรับเงินจากโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยขายสิทธิการเช่าให้โจทก์โจทก์ชำระเงินครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงโอนชื่อผู้เช่ากับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวให้วัดเจริญธรรมารามโจทก์จึงให้จำเลยขอย้ายดทรศัพท์หมายเลข ดังกล่าวไปไว้ที่วัดนั้นแต่ยังไม่มีคู่สาย ต่อมาจำเลยกลับแจ้งขอระงับการย้ายไว้ก่อนอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอบังคับให้จำเลยถอนการระงับการย้ายโทรศัพท์หมายเลข ๘๒๓๘๐๖๕ และโอนโทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวให้โจทก์ตามระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้โจทก์และไม่เคยรับเงินจากโจทก์ แต่จำเลยขายให้แก่ผู้อื่นซึ่งต่อมาได้เลิกสัญญากันแล้ว ต่อมาจำเลยขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้สำนักงานปิ่นเจริญ โจทก์มาขอแบ่งเงินส่วนหนึ่งจำเลยไม่ยอมให้ โจทก์ได้ไปแจ้งองค์การโทรศัพท์ว่าจำเลยต่อสายโทรศัพท์ออกนอกบ้านขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนการระงับการย้ายโทรศัพท์หมายเลข ๕๒๓๘๐๖๕ ห้ามจำเลยระงับการย้ายโทรศัพท์ดังกล่าวอีกต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของจำเลยให้แก่โจทก์ โดยรับเงินไปจากโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิขอบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคำขอข้อ ๑ ท้ายคำฟ้องเดิมนั้นต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๒๖ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องมีข้อความว่า ให้จำเลยจัดการโอนโทรศัพท์เลขหมาย ๕๒๓๘๐๖๕ ให้แก่โจทก์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตแล้วดังนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอเดิม จึงไม่ชอบสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนสิทธการเช่าโทรศัพท์หมายเลข ๕๒๓๘๐๖๕ ของจำเลยแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3341/2530 นายอร่าม หาญสืบสาย โจทก์ นางอรพรรณ มะวิญธร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอร่าม หาญสืบสาย · จำเลย - นางอรพรรณ มะวิญธร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินัย ภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา