⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6197/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่วินิจฉัยประเด็นข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัยด้วยนั้น ไม่อาจยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์อุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเสียด้วย ซึ่งพอแปลได้ว่า จำเลยเห็นว่าที่ดินพิพาทมิได้เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมา ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลต้องยกขึ้นวินิจฉัยด้วยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันหรือเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงยังฟังไม่ยุติ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์ในส่วนนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีไม่ใช่การอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายจึงไม่อาจอนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่งได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามส่วนของโจทก์ที่มีอยู่รวมกับทรัพย์มรดก หากไม่สามารถแบ่งแยกให้ได้ให้จำเลยนำทรัพย์สินพิพาททั้งหมดรวมทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจำนวน 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ในกรณีที่ไม่มีคู่ความอื่นยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 223 และจำเลยอุทธรณ์มิได้คัดค้านคำร้องดังกล่าวต่อศาลภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ แต่คดีนี้แม้โจทก์อุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเสียด้วย ซึ่งพอแปลได้ว่า จำเลยเห็นว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง มิได้เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันดังที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมา ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลต้องยกขึ้นวินิจฉัยด้วยว่าที่ดินพิพาททั้ง 44 แปลง เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยหามาได้ร่วมกันหรือเป็นทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงยังฟังไม่ยุติ ประเด็นในชั้นอุทธรณ์ในส่วนนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2557 นายฟอวาซ เซ็คซ์ โจทก์ นางสาวนันทาหรือสุนันทาหรือลิปดา แซ่ลิ้มหรือจักรคชาพล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฟอวาซ เซ็คซ์ · จำเลย - นางสาวนันทาหรือสุนันทาหรือลิปดาแซ่ลิ้มหรือจักรคชาพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายรุ่งโรจน์ ไวปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2746/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา