⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12635/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12635/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ม.31, 40

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้พิจารณาคดีใหม่ในคดีแรงงานต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เท่านั้น และการที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจนศาลพิพากษายกฟ้อง ถือว่าไม่ใช่การพิจารณาโดยขาดนัด โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ.

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 บัญญัติเรื่องการขอให้พิจารณาใหม่ไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ได้ วันที่ 11 มิถุนายน 2555 เป็นวันที่ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาและกำหนดประเด็นข้อพิพาท เมื่อไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความตกลงกันไม่ได้ศาลแรงงานกลางจึงนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 5 กันยายน 2555 วันที่ 5 กันยายน 2555 จึงเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ไม่ใช่วันนัดพิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบแล้วพิพากษายกฟ้องไปตามพยานหลักฐานและประเด็นในคดี ไม่ใช่การพิจารณาโดยขาดนัด โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.40

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา และล่วงเวลาในวันหยุด 3,400 บาท และ 19,200 บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่ามีความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลในวันนัดสืบพยานได้และคดีโจทก์มีเหตุเพียงพอที่จะชนะคดี ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่าโจทก์มีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ คดีนี้ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลางวันที่ 11 มิถุนายน 2555 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาและกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลแรงงานกลางได้ไกล่เกลี่ยแล้ว คู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ จึงกำหนดให้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันเดียวกันคือวันที่ 5 กันยายน 2555 โดยกำหนดให้จำเลยนำพยานเข้าสืบก่อน วันที่ 30 สิงหาคม 2555 โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าโจทก์เพิ่งได้รับคำสั่งจากนายจ้างให้เดินทางไปศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 3 ถึง 6 กันยายน 2555 จึงไม่อาจมาศาลในวันที่ 5 กันยายน 2555 ได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในคำร้องว่า "ให้โจทก์แสดงหลักฐานรวมทั้งหมายเลขคดีที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและความจำเป็นอื่น ๆ ที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในวันนัดโดยศาลจะมีคำสั่งเรื่องการขอเลื่อนการพิจารณาในวันสืบพยาน" เมื่อถึงวันที่ 5 กันยายน 2555 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยในช่วงเช้าโจทก์ไม่มาศาล จำเลยแถลงคัดค้านว่าได้เตรียมพยานมาศาลแล้วไม่สมควรอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดี ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดี จำเลยนำพยานเข้าสืบ 1 ปาก และศาลแรงงานกลางสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ในช่วงบ่ายตามที่นัดไว้เดิม เมื่อถึงเวลานัดโจทก์ไม่มา ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ แล้วศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาในวันดังกล่าวโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่นำพยานเข้าสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบและพิพากษายกฟ้อง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 บัญญัติเรื่องการขอให้พิจารณาใหม่ไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ได้ ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาและกำหนดประเด็นข้อพิพาทในวันที่ 11 มิถุนายน 2555 เมื่อไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความตกลงกันไม่ได้จึงนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 5 กันยายน 2555 วันที่ 5 กันยายน 2555 จึงเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ไม่ใช่วันนัดพิจารณาตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ แล้วพิพากษายกฟ้องไปตามพยานหลักฐานและประเด็นในคดี ไม่ใช่การพิจารณาโดยขาดนัด โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12635/2558 นายเฉลิมพร วิทยะชัยกุล โจทก์ บริษัทบางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฉลิมพร วิทยะชัยกุล · จำเลย - บริษัทบางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.22/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2358/2518ฎีกา 3390/2528ฎีกา 270/2486ฎีกา 1178/2540ฎีกา 2844/2543ฎีกา 2170/2535ฎีกา 5101/2550ฎีกา 6296/2545ฎีกา 3467/2533ฎีกา 995/2529ฎีกา 3366/2549ฎีกา 1158/2521ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 369/2524ฎีกา 2070/2562ฎีกา 3116/2529ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2894/2532ฎีกา 12824/2558ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 4359/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา