⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2336/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2336/2558

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4, 6, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.33

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ ผู้ฟ้องต้องบรรยายให้ชัดเจนว่างานภาพยนตร์นั้นได้สร้างสรรค์หรือโฆษณาครั้งแรกเมื่อใด เพื่อแสดงว่าลิขสิทธิ์ยังอยู่ในอายุคุ้มครอง และต้องระบุการกระทำละเมิดให้ชัดเจนว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานประเภทใด.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าบริษัท ต. ผู้เสียหาย เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ละครเรื่อง "วันพีช" แม้ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ แต่เมื่องานสร้างสรรค์ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นภาพยนตร์ที่มีอายุความคุ้มครองห้าสิบปีนับแต่สร้างสรรค์งาน แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานในระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาครั้งแรกตามมาตรา 19 และมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นอกจากโจทก์จะต้องบรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องบรรยายฟ้องด้วยว่างานภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ที่จำเลยกระทำละเมิดนั้นได้สร้างสรรค์หรือมีการนำออกโฆษณาครั้งแรกเมื่อใด เพื่อแสดงให้เห็นว่างานภาพยนตร์ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างอายุการคุ้มครองคือห้าสิบปีนับแต่วันที่สร้างสรรค์หรือนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรกด้วย เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องดังกล่าวฟ้องโจทก์จึงมิชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ละครเรื่อง "วันพีช" แต่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า จำเลยนำสมุดภาพระบายสีที่มีตัวละครเรื่อง "วันพีช" ซึ่งเป็นงานศิลปกรรมวางจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต มิใช่การนำภาพยนตร์ออกจำหน่าย อันจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้อง กรณีจึงไม่แน่ชัดว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานประเภทใด ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.8 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.21 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.75 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 31, 69, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และให้จำเลยจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง คืนของกลางแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าบริษัทผู้เสียหายเป็นผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ เพียงแต่บรรยายว่าบริษัทผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ละครเรื่อง "วันพีช" เท่านั้น และตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เป็นเรื่องที่ใช้บังคับเกี่ยวกับเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เป็นผู้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้นมา ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่มิได้เป็นผู้สร้างสรรค์นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าบริษัทโตเอะ แอนิเมชั่น จำกัด ผู้เสียหายเป็นผู้สร้างสรรค์งานภาพยนตร์ละครเรื่อง "วันพีช" ที่จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ โดยบรรยายเพียงว่าบริษัทผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งไม่ต้องด้วยมาตรา 19 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ที่บัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก" เมื่องานสร้างสรรค์ตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นภาพยนตร์ที่มีอายุความคุ้มครองห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งาน แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานในระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาครั้งแรกตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย ดังนั้นนอกจากโจทก์จะต้องบรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องบรรยายฟ้องด้วยว่างานภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ที่จำเลยกระทำละเมิดนั้นได้สร้างสรรค์หรือมีการนำออกโฆษณาครั้งแรกเมื่อใด เพื่อแสดงให้เห็นว่างานภาพยนตร์ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างอายุการคุ้มครองคือห้าสิบปีนับแต่วันที่สร้างสรรค์หรือนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก ทั้งนี้เพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีว่าการที่จำเลยขายและมีไว้เพื่อขายสมุดภาพระบายสีที่มีตัวละครเรื่อง "วันพีช" นั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งยังอยู่ในระหว่างอายุการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 21 ด้วย" ทั้งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ละครเรื่อง "วันพีช" แต่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า จำเลยนำสมุดภาพระบายสีที่มีตัวละครเรื่อง "วันพีช" ซึ่งเป็นงานศิลปกรรมวางจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต มิใช่การนำภาพยนตร์ออกจำหน่าย อันจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้อง กรณีจึงไม่แน่ชัดว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานประเภทใด ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม และปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงดังกล่าวมาในฟ้องเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมและไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2336/2558 พนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง โจทก์ นายสิทธิ์ พรหมวันรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง · จำเลย - นายสิทธิ์ พรหมวันรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อร่าม เสนามนตรี · นวลน้อย ผลทวี · ไมตรี สุเทพากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสมจิตร์ ปอพิมาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)118/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 531/2510ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา