⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6918/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6918/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าสำนักโรงแรมไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัย หากทรัพย์สินนั้นมิได้ถูกนำมาฝากไว้แก่ตน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความสูญหายหรือบุบสลายนั้นเกิดจากความผิดของตนหรือบุคคลที่ตนต้องรับผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้โรงแรมของจำเลยทั้งสองจะมีการให้บริการในส่วนของการนวดแผนโบราณโดยสถานที่นวดอยู่ภายในอาคารของโรงแรมก็ตาม แต่ลักษณะของการเข้ามาใช้บริการดังกล่าวก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นเพื่อต้องการพักผ่อนเท่านั้น ซึ่งการใช้บริการไม่จำต้องลงทะเบียนขอเปิดห้องพักเหมือนอย่างกรณีการเข้าพักอาศัยแบบค้างคืน การที่ ส. ขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถในโรงแรมของจำเลยทั้งสอง แล้วเข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณที่ให้บริการภายในโรงแรมของจำเลยทั้งสอง ส. จึงไม่ใช่คนเดินทางหรือแขกอาศัย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 674 เมื่อรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้สูญหายไป จำเลยทั้งสองในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมจึงไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์สินดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ หากส่งมอบคืนไม่ได้ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ได้จ่ายไปคือวันที่ 17 มิถุนายน 2548 ถึงวันฟ้องคิดเป็นดอกเบี้ย 5,625 บาท รวมเป็นเงิน 305,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง กำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บน 7727 จันทบุรี ไว้จากนางสาวนุชนาถ มีอายุการคุ้มครอง 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2548 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2548 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา นายสมศักดิ์ขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถในโรงแรมของจำเลยทั้งสอง แล้วนายสมศักดิ์เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณที่ให้บริการภายในโรงแรมของจำเลยทั้งสอง ขณะที่นายสมศักดิ์ยังใช้บริการนวดแผนโบราณอยู่ ปรากฏว่ารถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ถูกลักไป โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้วเป็นเงิน 300,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกับรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การที่นายสมศักดิ์เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณต้องมีการเปิดห้องพักเพื่อใช้บริการนวด ซึ่งเป็นการพักชั่วคราว นายสมศักดิ์จึงเป็นคนเดินทางและแขกอาศัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 674 นั้น เห็นว่า แม้โรงแรมของจำเลยทั้งสองจะมีการให้บริการในส่วนของการนวดแผนโบราณโดยสถานที่นวดอยู่ภายในอาคารของโรงแรมก็ตาม แต่ลักษณะของการเข้ามาใช้บริการดังกล่าวก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นเพื่อต้องการพักผ่อนเท่านั้น ซึ่งการใช้บริการไม่จำต้องลงทะเบียนขอเปิดห้องพักเหมือนอย่างกรณีการเข้าพักอาศัยแบบค้างคืน นายสมศักดิ์จึงไม่ใช่คนเดินทางหรือแขกอาศัย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 674 เมื่อรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้สูญหายไป จำเลยทั้งสองในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมจึงไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์สินดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6918/2558 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นางพรรณอร ทวีรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - นางพรรณอร ทวีรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · วิรุฬห์ แสงเทียน · วาสนา หงส์เจริญ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ