⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10850/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และทำให้ผู้อื่นเสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้นั้น หากผู้รับได้รับไว้โดยสุจริตและได้ใช้จ่ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไปแล้วก่อนที่ผู้ให้จะเรียกคืน ผู้รับจำต้องคืนเพียงดอกผลหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับจากทรัพย์สินนั้น หรือถ้าได้ใช้ทรัพย์สินนั้นไปแล้วก็ให้คืนค่าทรัพย์สินนั้นตามราคาที่ควรจะเป็นในเวลาที่ได้รับทรัพย์สินนั้นไป.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ และเมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.412

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 221,238.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 208,353.13 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 208,353.13 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า ปฏิบัติหน้าที่ราชการ โจทก์จ่ายเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญจำเลยเป็นทายาทของนายพิชัย ข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ถึงแก่ความตายในขณะให้จำเลยไปรวมจำนวนทั้งสิ้น 208,353.13 บาท ทั้งที่จำเลยเป็นข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวตาม พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2521 มาตรา 5 จำเลยได้รับเงินดังกล่าวไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้ว ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่จำเลยได้รับเป็นลาภมิควรได้ หรือเป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สิน เห็นว่า จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบ อันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ แต่เมื่อได้ความว่า จำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 412 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นและฎีกาของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่เป็นสาระแก่คดีที่จะทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559 กรมสรรพสามิต โจทก์ นางเสาวภา เชยสุวรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพสามิต · จำเลย - นางเสาวภา เชยสุวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรกฤช เจริญเลิศ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · รัถยา สัตยาบัน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงดุสิต - นายทวี เนียมประดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพงษ์ศักดิ์ อนันธวัช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1199/2558

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1608/2529ฎีกา 9091/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6607/2560ฎีกา 8755/2551ฎีกา 823/2548ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 299/2490ฎีกา 1061/2511ฎีกา 846/2481ฎีกา 3362/2537ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 3940/2528ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 2518/2517ฎีกา 8012/2568ฎีกา 1550/2479ฎีกา 1045/2496ฎีกา 775/2473ฎีกา 4657/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา