คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2559
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างเบิกวัสดุไปเกินกว่าปริมาณงานปกติเนื่องจากความเชี่ยวชาญในการทำงาน และไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือมีส่วนเกิน/ขาดเล็กน้อยในการคืนวัสดุที่เกิดขึ้นเป็นปกติวิสัย และไม่มีปัญหาขัดแย้งมาก่อน ไม่ถือว่าลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหายจนนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์เบิกทองคำซึ่งเป็นลวดที่ใช้ในการทำงานไปเกินกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งเพราะโจทก์ทำงานกับจำเลยมานานและมีความเชี่ยวชาญจึงสามารถทำชิ้นงานได้มากกว่าคนอื่น เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์เอาลวดทองคำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และในการคืนผงทองคำตลอดเวลาหลายสิบปีจะมีส่วนเกินไปบ้างหรือขาดไปบ้างก็มีขั้นตอนการดำเนินการ เช่น ในกรณีที่ขาดก็จะต้องหักเป็นเงินทุกครั้งเสมอมา ก่อนเดือนที่จะถูกเลิกจ้างโจทก์ไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องการคืนเศษทองคำขาดหรือเกิน คงมีปัญหาเฉพาะเดือนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น และเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยกะทันหันโจทก์จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเคลียร์งานหรือคืนผงทองคำให้แก่จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยขายซิงค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์หยิบอันอื่นผิดไปจากที่ตกลงกัน ซึ่งต่อมาโจทก์ได้นำมาคืนจำเลยแล้ว และโจทก์กระทำในฐานะที่เป็นผู้ซื้อหรือลูกค้าไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง ตามพฤติการณ์แห่งคดียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์โดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่เข้ากรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 และมาตรา 119 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.67 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 250,000 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน 3,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 3,333 บาท และค่าชดเชย 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์นำผงทองคำและซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ของจำเลยไปเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ในส่วนของผงทองคำนั้นข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยมาแล้วว่าในการทำงานโจทก์จะเบิกทองคำไปเกินกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งสืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ทำงานกับจำเลยมานานและมีความเชี่ยวชาญจึงสามารถทำชิ้นงานได้มากจึงจำเป็นต้องเบิกไปมากกว่าคนอื่นหรือมากกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งที่ได้รับไปจากจำเลย ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าโจทก์เอาลวดทองคำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด นอกจากนี้ในการคืนผงทองคำตลอดเวลาที่ทำงานมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปีก็มีการเคลียร์กันทุกหนึ่งหรือสองเดือน แม้เคลียร์กันแล้วมีส่วนเกินไปบ้างหรือขาดไปบ้างก็มีขั้นตอนการดำเนินการ เช่น ในกรณีที่ขาดก็จะต้องหักเป็นเงินทุกครั้งเสมอมา เป็นต้น ก่อนเดือนที่จะถูกเลิกจ้างโจทก์ไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องการคืนเศษทองคำขาดหรือเกิน คงมีปัญหาเฉพาะเดือนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น และเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยกะทันหันโจทก์จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเคลียร์งานหรือคืนผงทองคำให้แก่จำเลยได้ ในส่วนของซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์นั้นเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยว่าจำเลยขายให้แก่โจทก์ แต่โจทก์หยิบอันอื่นผิดไปจากที่ตกลงกันเท่านั้นและโจทก์ได้นำมาคืนจำเลยแล้ว ซึ่งการที่โจทก์หยิบซิงค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ผิดไปดังกล่าว เป็นกรณีที่โจทก์กระทำในฐานะที่เป็นผู้ซื้อหรือลูกค้าไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง ตามพฤติการณ์แห่งคดียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์โดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่เข้ากรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 และ มาตรา 119 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2559
นายมนัส ยิ้มวิหค โจทก์
บริษัทสุรสีห์สยาม จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนัส ยิ้มวิหค · จำเลย - บริษัทสุรสีห์สยาม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อนันต์ ชุมวิสูตร · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระพงศ์ จิระภาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายยงยุทธ สมัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ร.412/2554 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา