⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6627/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเป็นการแย่งการครอบครองในที่ดินของบุคคลอื่นเท่านั้น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองจึงเป็นฎีกาในข้อนอกประเด็น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 249 (เดิม) จำเลยร่วมทั้งสองเป็นคู่ความที่ถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามคำร้องของจำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) ย่อมมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่และอาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 58 วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามใบจองของโจทก์ ก็ชอบที่จะบังคับห้ามมิให้จำเลยร่วมทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ตลอดจนรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 (เดิม) จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองต่างยื่นฎีกามาแต่ละฉบับแยกต่างหากจากกัน โดยต่างเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเต็มตามทุนทรัพย์ เมื่อกรณีแห่งคดีมีลักษณะเป็นคดีที่มีมูลความแห่งคดีอันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงชอบที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 150 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1164 ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา กับห้ามจำเลยและบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ตามใบจองเลขที่ 191 หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายประสิทธิ์ และนายธวัช เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต โดยให้เรียกนายประสิทธิ์ว่า จำเลยร่วมที่ 1 เรียกนายธวัชว่า จำเลยร่วมที่ 2 จำเลยร่วมทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1164 เลขที่ดิน 28 ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมในปี 2505 ทางราชการได้จัดที่ดินแปลงเล็กแปลงน้อยซึ่งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ให้ราษฎรเข้าจับจองที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหาเลี้ยงชีพ ปี 2508 โจทก์ยื่นเรื่องขอจับจองเข้าอยู่อาศัย และปี 2515 โจทก์ได้รับใบจองจากทางราชการให้เข้าครอบครองที่ดินที่รัฐจัดสรรให้เป็นเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 2 งาน 90 ตารางวา ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1164 ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 13 ตารางวา ที่ทางราชการออกให้แก่จำเลยร่วมที่ 1 ในปี 2521 ก่อนที่จำเลยร่วมที่ 1 จะจดทะเบียนโอนให้จำเลยร่วมที่ 2 ในปี 2544 และจำเลยร่วมที่ 2 จดทะเบียนโอนขายให้จำเลยในปี 2549 ต่อมา ตามภาพถ่ายหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1164 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองว่า โจทก์สิ้นสิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 แล้วนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตนเองประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ในที่ดินของตนเอง ฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองจึงเป็นฎีกาในข้อนอกประเด็น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่มีการฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง จำเลยร่วมทั้งสองเป็นคู่ความที่ถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามคำร้องของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) ย่อมมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ และอาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 58 วรรคหนึ่ง ดังนี้ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามใบจองของโจทก์ ก็ชอบที่จะบังคับห้ามมิให้จำเลยร่วมทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ตลอดจนรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามาโดยมิได้บังคับจำเลยร่วมทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่มีการฟ้องคดีนี้ นอกจากนี้จำเลยฝ่ายหนึ่งและจำเลยร่วมทั้งสองอีกฝ่ายหนึ่งต่างยื่นฎีกามาฝ่ายละฉบับแยกต่างหากจากกัน โดยต่างเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเต็มตามทุนทรัพย์ เมื่อกรณีแห่งคดีมีลักษณะเป็นคดีที่มีมูลความแห่งคดีอันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงชอบที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินแก่จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 วรรคท้าย พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามมิให้จำเลย จำเลยร่วมทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้จำเลยร่วมทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ร่วมกับจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมาแก่จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองฝ่ายละครึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 10,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560 นายหมาน เลขงู โจทก์ บริษัทนาราชา จำกัด จำเลย นายประสิทธิ์ ตันติพิริยะกิจ กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหมาน เลขงู · จำเลย - บริษัทนาราชา จำกัด · จำเลยร่วม - นายประสิทธิ์ ตันติพิริยะกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ · สุนทร ทรงฤกษ์ · อุดม วัตตธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายอดล ไตรรงค์ทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายฐิตินนทน์ สุรดิฐนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.213/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7158/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3099/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา