⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8346/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8346/2560

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ม.50, 51

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้มีอำนาจยื่นคำคัดค้านเพื่อขอคืนทรัพย์สิน คือ เจ้าของที่แท้จริงในทรัพย์สินเท่านั้น 2. มาตรการดำเนินคดีต่อทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 สามารถใช้บังคับย้อนหลังได้ 3. ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ให้สันนิษฐานว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และผู้ถูกกล่าวหามีภาระการพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

แม้ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นพี่ชาย บิดา และสามีของผู้คัดค้านที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้มีอำนาจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนผู้คัดค้านที่ 7 ถึงที่ 9 ได้ เจ้าของที่แท้จริงในทรัพย์สินเท่านั้นที่มีอำนาจยื่นคำคัดค้านเพื่อขอคืนทรัพย์สิน ผู้ครอบครองทรัพย์สินแม้ต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของทรัพย์สินก็ไม่อาจยื่นคำคัดค้านได้ เมื่อผู้คัดค้านที่ 5 เป็นเพียงผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก ส่วนเงินในบัญชีเงินฝากเป็นของผู้คัดค้านที่ 6 ผู้คัดค้านที่ 5 จึงไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ในส่วนมาตรการดำเนินคดีต่อทรัพย์สินที่ให้ยึดหรืออายัดและให้ตกเป็นของแผ่นดิน เป็นคนละส่วนกับการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคล แต่เป็นมาตรการพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะให้ดำเนินการทางแพ่งต่อทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีเหตุผลมาจากหลักการคุ้มครองประโยชน์ของสังคมหรือประโยชน์สาธารณะ และหลักการติดตามและเรียกคืนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดของรัฐ ทำให้สามารถดำเนินคดีทางแพ่งต่อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดได้ โดยมิต้องคำนึงว่าทรัพย์สินนั้นผู้เป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์สินจะได้มาก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหรือไม่ เพราะมาตรการดังกล่าวมิใช่โทษทางอาญาหรือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงใช้บังคับย้อนหลังได้ตามนัยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 40 - 41/2546 ทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านที่ 3 ได้มาระหว่างกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องบังคับตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคสอง ที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ผู้คัดค้านที่ 3 จึงมีภาระการพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ ผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 6 ไม่เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐาน จึงต้องบังคับตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง (2) ผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 6 ต้องแสดงให้เห็นว่าได้รับโอนเงินจากผู้คัดค้านที่ 3 โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.50 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.51

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้คัดค้าน - นายสมชัย คะนึ่งวนิชกุลหรือคะนึงวนิชกุลกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปานนท์ กัจฉปานันท์ · สู่บุญ วุฒิวงศ์ · ชัยรัตน์ ศิลาลาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทรงกลด บุญชูกุศล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย อริยะนันทกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำปค.21/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3659-3661/2562ฎีกา 3299/2564ฎีกา 5400/2562ฎีกา 1595/2566ฎีกา 8748/2560ฎีกา 5092/2562ฎีกา 4722/2562ฎีกา 6046/2564ฎีกา 6052/2554ฎีกา 4428/2550ฎีกา 5315/2563ฎีกา 2928/2551ฎีกา 3868-3869/2563ฎีกา 21858-21860/2555ฎีกา 11725/2553ฎีกา 2143/2564ฎีกา 1389/2563ฎีกา 5655-5656/2561ฎีกา 9783/2553ฎีกา 3708-3709/2561ฎีกา 7799-7800/2560ฎีกา 6602/2550ฎีกา 4859/2566ฎีกา 3298/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา